ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และเกษตรกร ได้กล่าวถึงมาตรการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ภายในงานเสวนา “รู้ทันน้ำท่วม: บ้าน องค์กร คนปลอดภัย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งจัดโดย Hub of Talents รับมือภัยพิบัติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยได้เปิดเผยถึงการบูรณาการความร่วมมือของรัฐบาลหลังจากได้ประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมสนับสนุนกำลังพลเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดูแลการระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง ขณะที่จากการลงพื้นที่จุดผันน้ำของกรมชลประทานเพื่อระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าบางช่วงน้ำจากคลองรังสิตสามารถไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ตามแรงโน้มถ่วงประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่เมื่อถึงช่วงที่น้ำหนุนจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำเข้าช่วย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำในจุดดังกล่าวซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 ตัว พบว่ามีการใช้งานอยู่ราว 70% และได้กำชับว่า หากเครื่องใดเสียต้องรีบซ่อมหรือเปลี่ยนตัวใหม่เข้ามาแทนที่ทันที รวมถึงต้องเตรียมช่างผู้เชี่ยวชาญไว้ให้เพียงพอต่อเหตุจำเป็น ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ลงพื้นที่จุดต่างๆ เพื่อกำกับดูแลเรื่องเครื่องสูบน้ำด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับคาดการณ์สถานการณ์น้ำในภาพรวม ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประเมินแนวโน้มและกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า "ถ้าตรงนั้นเราผันน้ำออกไปได้ดี โซนดอนเมือง โซนปทุมฯ น้ำก็จะไปได้เร็วขึ้น น่าจะถ้าวันนี้ไม่ลงมาก็ประมาณสักวันสองวัน ในบางส่วนที่ท่วมขังก็ไม่เกิน 3-5 วัน" ส่วนพื้นที่เขตลาดกระบังและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ทาง กทม. มีแนวทางรับมือและเตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลประชาชนและนักศึกษา ทางปลัดกระทรวง อว. ได้ออกหนังสือเวียนไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ โดยให้แต่ละแห่งพิจารณารูปแบบการเรียนการสอนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ






