วันที่ 27 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหลายจังหวัดภาคกลาง

นายอนุทินกล่าวว่า ระหว่างปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศได้รับรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงสองวันที่ผ่านมาซึ่งมีฝนตกหนักเป็นวงกว้าง จนเกิดน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง จึงประสานรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกประชุมทางไกลเพื่อสั่งการแก้ไขปัญหา ก่อนตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่เหลือและเร่งเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สาเหตุหลักของน้ำท่วมครั้งนี้มาจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและรวดเร็ว เกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้บริหารจัดการน้ำเหนือผ่านโครงข่ายชลประทานแบบก้างปลา เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลลงมาสมทบกับน้ำฝนในกรุงเทพฯ รวมทั้งควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด

ขณะนี้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และเรือยางเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์พักพิง เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงดูแลการเดินทางเข้าสถานพยาบาลในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง โดยให้อำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมเพิ่มวงเงินสำหรับจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางทุกขั้นตอน

สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งประกาศเป็นเขตประสบภัยแล้ว รัฐบาลจะสนับสนุนทุกด้าน เนื่องจากเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ระบบราชการ และการคมนาคม โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน ใช้ข้อมูลข่าวสารชุดเดียวกัน และยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก

นายอนุทินยังมอบหมายให้นางศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานกรมประชาสัมพันธ์ อสมท. และหน่วยงานภาครัฐ ให้เชื่อมโยงข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความสับสนและทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องทันต่อสถานการณ์

ด้านการเยียวยา กระทรวงมหาดไทยได้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายเป็นรายครอบครัว โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะร่วมกันตรวจสอบสิทธิและอนุมัติเงินช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำลดทั้งจังหวัดแล้วจึงเริ่มฟื้นฟู แต่พื้นที่ใดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วให้เริ่มเปิดถนน ฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ประปา จัดเก็บขยะ ดูแลสุขภาพประชาชน และจ่ายเงินเยียวยาได้ทันที โดยจะนำบทเรียนจากการจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาปรับใช้เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

ส่วนความเสียหายของบ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สินที่มีประกัน นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ประสานบริษัทประกันภัยเร่งตรวจสอบและจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์โดยเร็ว พร้อมกำชับให้กระบวนการทั้งหมดโปร่งใส ไม่เกิดการทุจริตหรือการประวิงเวลาจ่ายเงินแก่ผู้ประสบภัย

นายอนุทินกล่าวถึงการแก้ปัญหาระยะยาวว่า ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติศึกษาความเหมาะสมของโครงการระบายน้ำเส้นทาง “ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย” ล่าสุดได้รับรายงานว่าโครงการมีความคุ้มค่าและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนออกสู่อ่าวไทย ลดมวลน้ำที่จะไหลเข้าสู่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ

รัฐบาลจึงเตรียมเสนอโครงการดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้ เพื่อขอความเห็นชอบให้เดินหน้าดำเนินการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นเบื้องต้นแล้ว และมีการเตรียมงบประมาณส่วนหนึ่งไว้ในงบประมาณปี 2570

“ผมจะใช้อำนาจในฐานะนายกรัฐมนตรีผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย หรือเจ้าพระยาคู่ขนาน เพราะประเทศไทยไม่ควรต้องเผชิญปัญหาน้ำหลากซ้ำซากทุกปี เราต้องแก้ทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้าและสร้างระบบป้องกันระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม” นายอนุทินกล่าว

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์ ผลการช่วยเหลือ ปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนมายังปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน เพื่อให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจและแก้จุดติดขัดได้ทันที
นายอนุทินยังเตรียมออกข้อสั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนงดเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ เพื่ออยู่ติดตามและบริหารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ตนเองจะยกเลิกกำหนดการเดินทางต่างประเทศในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้าด้วย โดยคณะรัฐมนตรีจะรักษาระดับการเตรียมพร้อมสูงสุดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

หลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์น่าเป็นห่วง ทั้งปราจีนบุรี นครนายก พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เพื่อตรวจสภาพหน้างาน รับฟังปัญหาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งติดตามว่าข้อสั่งการของรัฐบาลได้รับการปฏิบัติอย่างรวดเร็วเพียงใด

“เป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ค้าขายได้ เด็กไปโรงเรียนได้ เดินทางได้อย่างปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดี รัฐบาลจะใช้ความสามารถและทรัพยากรทั้งหมดที่มี เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และนำความปกติสุขกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ