ศึกใหญ่ที่เจ้าตัวอยากเจอมาถึงแล้ว! “นอร์ตัน” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ นักเทเบิลเทนนิสดาวรุ่งทีมชาติไทยวัยเพียง 16 ปี เดินหน้าสร้างผลงานน่าจับตาในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 หลังผ่านรอบแรกประเภทชายเดี่ยวแบบไม่เสียเกม พร้อมทะยานเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้าย ไปพบกับ หวัง ฉู่ชิน ยอดนักตบลูกเด้งจากจีน มือระดับแถวหน้าของโลก ตามความตั้งใจของเจ้าตัวที่อยากลงสนามวัดฝีมือกับนักกีฬาระดับโลก

การแข่งขันเทเบิลเทนนิสชายเดี่ยว เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ–นาโกยา 2026” ที่สกาย ฮอลล์ โตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 24 กันยายน 2569 “นอร์ตัน” ลงสนามรอบแรกพบกับ มูฮัมหมัด ข่าน จากปากีสถาน โดยดาวรุ่งไทยโชว์ฟอร์มเหนือกว่า ก่อนปิดแมตช์ด้วยชัยชนะ 4–0 เกม 11–4, 11–7, 11–6 และ 11–3 ผ่านเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายได้สำเร็จ ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขันที่เผยแพร่ก่อนแข่งยืนยันว่าฐิตภัทรมีคิวพบข่านในชายเดี่ยววันที่ 24 กันยายน

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ “นอร์ตัน” ได้โอกาสเจอบททดสอบระดับโลกอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งรอบต่อไปคือ หวัง ฉู่ชิน จากจีน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับมือ 1 โลก และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติจีน โดยข้อมูลล่าสุดจากการแข่งขันประเภททีมชายระบุว่า หวังยังอยู่ในฟอร์มระดับสูง และเพิ่งเอาชนะ หลิน หยุน-หรู มือ 6 โลก ในรอบรองชนะเลิศประเภททีมชาย

ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ที่ดาวรุ่งไทยต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือจากจีน เพราะในประเภททีมชาย “นอร์ตัน” เพิ่งสร้างผลงานสุดฮือฮา พลิกเอาชนะ หลิน ซื่อตง มืออันดับ 8 ของโลกและอดีตมือ 1 โลก 3–2 เกม ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แม้ทีมไทยจะพ่ายจีน 1–3 คู่ก็ตาม

นอกจากนี้ ในแมตช์ประเภททีมเดียวกัน ฐิตภัทรยังเคยลงสนามพบ หวัง ฉู่ชิน มาแล้ว และพ่าย 0–3 เกม 3–11, 3–11, 8–11 ดังนั้นการกลับมาเจอกันอีกครั้งในประเภทชายเดี่ยวจึงถือเป็นอีกบททดสอบสำคัญของดาวรุ่งวัย 16 ปี ว่าจะสามารถยกระดับเกมและสร้างความประหลาดใจได้อีกครั้งหรือไม่

หลังจบการแข่งขัน ฐิตภัทรเปิดเผยว่า เกมวันนี้ถือว่าทำผลงานได้ดีและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการมาแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้คือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ และได้วัดฝีมือกับนักกีฬาระดับโลก พร้อมวางเป้าหมายในอนาคตที่จะก้าวไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และคว้าเหรียญรางวัลให้ได้

จากเด็กวัย 16 ปีที่เพิ่งโค่นอดีตมือ 1 โลก วันนี้ “นอร์ตัน” กำลังจะได้วัดฝีมือกับมือ 1 โลกอีกครั้ง — รอบ 32 คนนี้จึงไม่ใช่แค่การลุ้นเข้ารอบ แต่เป็นอีกเวทีพิสูจน์ศักยภาพของหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตาของวงการเทเบิลเทนนิสไทย