วงการธุรกิจกีฬาโลกต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของ เรอัล มาดริด และทีมชาติฝรั่งเศส ประกาศยุติความสัมพันธ์ยาวนานเกือบ 20 ปีกับแบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike เพื่อหันไปเซ็นสัญญาร่วมงานกับ On (On Running) แบรนด์อุปกรณ์กีฬาสัญชาติสวิสที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนค่ายสปอนเซอร์แบบเดิมๆ แต่ถือเป็นการเดิมพันครั้งประวัติศาสตร์ในอุตสาหกรรมฟุตบอล
โดยมี 3 นัยสำคัญเบื้องหลังดีลช็อกโลกครั้งนี้:
-
1. ข้อเสนอระดับ "หุ้นส่วน" (Equity Deal): สื่อกีฬาชั้นนำระบุว่า ปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้เอ็มบัปเป้ปฏิเสธการต่อสัญญากับ Nike คือเรื่องของการเป็นเจ้าของร่วม แม้ทาง Nike จะพร้อมทุ่มเม็ดเงินค่าจ้างพื้นฐานให้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่ On ยื่นโครงสร้างสัญญาแบบผสมผสานระหว่างเงินสดและ "การถือหุ้นบริษัท" (Equity) ทำให้เอ็มบัปเป้ไม่ได้เป็นแค่พรีเซนเตอร์ แต่มีสถานะเป็นหุ้นส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเติบโตของแบรนด์โดยตรง ในสัญญาระยะยาวที่คาดว่ามีอายุราว 10 ปี
-
2. สตั๊ดคู่แรกและการร่วมพัฒนา (Product Development): แม้ On จะโด่งดังจากรองเท้าวิ่งและไม่เคยผลิตรองเท้าฟุตบอลวางขายเลยแม้แต่รุ่นเดียว แต่เอ็มบัปเป้จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมออกแบบ ทดสอบ และพัฒนารองเท้าสตั๊ดคู่แรกของค่าย โดยตัวรองเท้ามีกำหนดวางจำหน่ายในตลาดปี 2027 และล่าสุด เอ็มบัปเป้ ได้สวมรองเท้าฟุตบอล "รุ่นโปรโตไทป์" (Prototype) ของ On ประเดิมลงสนามฝึกซ้อมกับ เรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-
3. การแต่งตั้ง เธียร์รี่ อองรี นั่งแท่นบริหาร: เพื่อตอกย้ำความเอาจริงเอาจังในการกระโดดเข้าสู่ตลาดลูกหนัง On ยังได้แต่งตั้ง เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้ารุ่นพี่ทีมชาติฝรั่งเศส เข้ามารับตำแหน่ง "ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล" (Director of Football) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการวางรากฐานนโยบายและวิสัยทัศน์ของแบรนด์

การบุกสมรภูมิฟุตบอลของ On ถือเป็นการเดินตามรอยความสำเร็จ (Blueprint) ในอดีตที่แบรนด์เคยดึง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มาร่วมงานและรับหุ้นจนธุรกิจเติบโตมหาศาลมาแล้ว ทิศทางหลังจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า นวัตกรรมจากแบรนด์สายวิ่งสวิส บวกกับบารมีของซูเปอร์สตาร์อย่าง เอ็มบัปเป้ จะสามารถสอดแทรกเข้ามาท้าทายผูกขาดของยักษ์ใหญ่อย่าง Nike, adidas และ PUMA ได้แข็งแกร่งเพียงใด




