6 สส.ภูมิใจไทย อยุธยา ยืนยันติดตามปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง ไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนประชาชน ชี้ผลักดันมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้น-ระยะยาว 
.
นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พร้อมด้วย นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 3, นาย ทรงพล สุขสมบูรณ์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1, นายนพ ชีวานันท์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2, นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 4, และนางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ.สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภุมิใจไทย แถลงข่าวกรณีมีการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
.
นายปะดิธ กล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในขณะนี้อยู่ในเขต 5 ได้แก่ อำเภอผักไห่และอำเภอเสนา และเขต 1 ได้แก่ อำเภอบางบาลและบางส่วนของอำเภอ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยที่ผ่านมา สส.พระนครศรีอยุธยาได้นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมาเสนอต่อรัฐบาล จนนำไปสู่การจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาทในรอบแรก รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาท
.
นายปะดิธ กล่าวอีกว่า เมื่อได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรทั้งจังหวัด ได้ติดตามและผลักดันโครงการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการติดตาม ได้แก่ โครงการเจ้าพระยา 2 บางบาล-บางไทร ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ และโครงการประตูกั้นน้ำคลองโผงเผง ระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำน้อย ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปีจะช่วยแบ่งเบาปริมาณน้ำในพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ยังทำโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งไม่มีรัฐบาลไหนเริ่มลงมือทำ แต่รัฐบาลเริ่มทำในปีงบประมาณ 2570 เพราะเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในระยะยาว
.
"ที่สำคัญโครงการกองทุนภัยพิบัติ เป็นนโยบายที่ขับเคลื่อนโดยพรรคภูมิใจไทย วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะทำประกันภัยสำหรับบ้านเรือนทุกหลังทั่วประเทศ เป็นนโยบายที่ออกมาเพื่อ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทุกชนิดในประเทศไทย" นายปะดิธ กล่าว
.
นายปะดิธ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาปัจจุบัน กรมชลประทานได้เพิ่มการระบายน้ำจากเดิมประมาณ 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นประมาณ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในบางพื้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 1 เมตรภายในระยะเวลา 2–3 วัน และส่งผลกระทบต่อประชาชนในบางพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายนได้ลงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยังไม่พบปริมาณน้ำในบางพื้นที่
จากการติดตามข้อมูลของกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดิมคาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำในปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำฝนและสถานการณ์ทางธรรมชาติเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ 100 % จึงทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ขณะนี้