วันที่ 24 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 6 (222/2569) ระบุว่า ช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง สาเหตุเกิดจาก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณกัมพูชา เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
วันที่ 24 ก.ย.69 พื้นที่คาดว่าจะมี ฝนตกหนักมาก ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด , ส่วนพื้นที่คาดว่ามี ฝนตกหนัก ครอบคลุม ตาก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา


แนวโน้มวันที่ 25–27 กันยายน พื้นที่ฝนหนักและหนักมากจะยังเปลี่ยนตำแหน่งตามการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงบางส่วนของภาคอีสานและภาคใต้ยังอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนระวัง ฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่สถานการณ์ทางทะเลต้องเฝ้าระวังเช่นกัน อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดย เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะออกประกาศฉบับถัดไปในวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ประชาชนสามารถติดตามประกาศและข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง




