เวทีการประกวดความสามารถระดับโลก "America’s Got Talent" (AGT) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีตัวแทนชาวไทยร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ มักถูกจับตามองด้วยตัวเลขเงินรางวัลชนะเลิศมูลค่าสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท ทว่าในทางปฏิบัติจริง ผู้ชนะเลิศจะไม่ได้รับเงินสดเต็มจำนวนในทันที โดยรายการมีเงื่อนไขการจ่ายเงินรางวัลให้เลือก 2 รูปแบบ ตามข้อกำหนดทางกฎหมายและการเงินของสหรัฐฯ

ทางเลือกแรกคือ การรับเงินงวดรายปี (Annuity Payout) ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลเต็มจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะถูกแบ่งจ่ายเป็นงวดปีละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 830,000 บาท) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 40 ปี ซึ่งเงินได้จำนวนนี้ยังไม่รวมการหักภาษีเงินได้ประจำปีและภาษีอื่น ๆ ตามกฎหมายของสหรัฐฯ

ทางเลือกที่สองคือ การรับเงินก้อนในครั้งเดียว (Lump Sum Payout) หากผู้ชนะต้องการรับเงินทั้งหมดในทันที ทางรายการจะคำนวณจ่ายตามมูลค่าเงินสดปัจจุบัน (Present Cash Value) ซึ่งจะถูกหักทอนมูลค่าลงมา ทำให้ยอดเงินจริงเหลืออยู่ที่ประมาณ 300,000 ถึง 430,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.9 – 14.2 ล้านบาท) ก่อนหักภาษี

นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ชนะเป็นชาวต่างชาติที่ไม่มีถิ่นพำนักในสหรัฐฯ เงินรางวัลดังกล่าวยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ในอัตราร้อยละ 30 รวมถึงภาษีท้องถิ่นเพิ่มเติม ส่งผลให้ยอดเงินสุทธิที่ผู้ชนะจะได้รับจริงลดลงไปอีกพอสมควร อย่างไรก็ดี ผู้ชนะเวที AGT ยังได้รับโอกาสสำคัญในการขึ้นแสดงโชว์ที่ลาสเวกัส ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมต่อโอกาสทางอาชีพในวงการบันเทิงระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาลในระยะยาว