ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศและหมอกควันข้ามแดนในพื้นที่ภาคใต้ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และทุกสถานีตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์จุดความร้อนในประเทศอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเกิดหมอกควันข้ามแดนกลับมาส่งผลกระทบต่อภาคใต้ของไทย

ข้อมูล ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ภาพรวมคุณภาพอากาศภาคใต้อยู่ในระดับ ดีถึงดีมาก โดยค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในทุกจังหวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อยู่ระหว่าง 7.4–19.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

จังหวัดที่มีค่าฝุ่นต่ำสุด ได้แก่ ชุมพร 7.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ นราธิวาส 19.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือยะลา 19.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และยะลา (เบตง) 18.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษระบุว่า จากข้อมูลจุดความร้อนของ GISTDA เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ภาคใต้ของประเทศไทยไม่พบจุดความร้อน ขณะที่พื้นที่อื่นของไทยพบ 5 จุด ส่วนประเทศอินโดนีเซียยังพบจุดความร้อนจำนวนมากถึง 4,538 จุด

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์หมอกควันข้ามแดนในระยะนี้มีแนวโน้มบรรเทาลง เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับทิศทางลมในช่วงนี้ไม่ได้พัดจากบริเวณตอนใต้ของเกาะสุมาตนาเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทยโดยตรง

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วง 18–20 กันยายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดและบรรเทาปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ได้

อย่างไรก็ตาม ศกพ.เตือนว่า สภาพอากาศภาคใต้ยังมีความผันผวน และบางช่วงมีอัตราการระบายอากาศต่ำ ซึ่งอาจเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและหมอกควันข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง

Article Image