ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ หลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว โดยบางส่วนตัดสินใจหยุดให้บริการ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังดำเนินกิจการอยู่ จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณลิตรละ 41 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการเดินรถเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมผู้ประกอบการบางรายเติมน้ำมันประมาณสัปดาห์ละ 1,500 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2,300–2,500 บาทต่อสัปดาห์ หรือเกือบ 10,000 บาทต่อเดือน โดยยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
นายสนิท ทิรอดรัมย์ อายุ 69 ปี ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งประกอบอาชีพมานานกว่า 40 ปี เปิดเผยว่า ปัจจุบันให้บริการรับส่งนักเรียนจากอำเภอกระสังเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ ครอบคลุม 6 โรงเรียน
ที่ผ่านมาเก็บค่าบริการเฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,200 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่จากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องหารือกับผู้ปกครองและขอปรับค่าโดยสารเพิ่มอีก 200 บาทต่อเดือน ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์
นายสนิท กล่าวว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมเติมน้ำมันสัปดาห์ละประมาณ 1,500 บาท เพิ่มเป็นประมาณ 2,500 บาท ขณะที่รายได้จากการให้บริการลดลง ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายไม่สามารถรับภาระต้นทุนต่อไปได้
ขณะนี้มีรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่หยุดให้บริการแล้วกว่า 10 คัน ส่วนผู้ประกอบการที่ยังเดินหน้าต่อ ต้องปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายและขอปรับราคาค่าโดยสาร เพื่อให้สามารถให้บริการต่อไปได้
ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียน ฝากถึงรัฐบาลให้เร่งหาแนวทางดูแลราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของการเดินทาง หากสามารถลดราคาลงได้ จะช่วยลดภาระทั้งผู้ประกอบการ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น 




