“อนุทิน” ขีดเส้น 30 ก.ย. สอบทุจริตท้องถิ่น ลั่นย้ายอย่างเดียวไม่พอ พบใครเกี่ยวข้องต้องออกจากราชการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบปมโกงสอบท้องถิ่น ว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่มั่นใจให้แก่ประชาชน และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจากระบบตามปกติ เนื่องจากผลการสอบสวนที่ผ่านมาเริ่มพบความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

นายอนุทินกล่าวว่า หากพูดกันตรง ๆ เรื่องนี้คือการร่วมกันทุจริตอย่างเป็นกระบวนการ ขณะนี้ทั้งสังคมและตนเองได้พิจารณาสถานการณ์ไปในทิศทางเดียวกันแล้ว แต่การใช้อำนาจตามกฎหมายยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยมีหลายหน่วยงานร่วมจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ยึดทรัพย์บุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วกว่า 380 ล้านบาท และเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอีก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องขยายผลการตรวจสอบอย่างจริงจัง บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี จับกุม ควบคุมตัว และไม่ให้มีการเยี่ยมหรือประกันตัวตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ส่วนข้าราชการที่มีส่วนกระทำผิด เพียงการโยกย้ายตำแหน่งถือว่ายังไม่เพียงพอ

“หากการตรวจสอบพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่มีความเกรงกลัวอิทธิพล และไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ใด” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินย้ำว่า หากบุคคลใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวหรือพยายามปิดเรื่อง เพราะการทำเช่นนั้นจะยิ่งสร้างความเสียหายให้แก่หน่วยงาน กระทรวงมหาดไทยเปรียบเสมือนบ้านที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน เมื่อมีผู้เข้ามาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ย่อมไม่เหมาะสมที่จะปล่อยให้อยู่ร่วมกันต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยรับทราบว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อเข้ามารับผิดชอบและได้รับข้อมูลแล้ว จะไม่ยอมให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าต้องให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทยลงมาจัดการด้วยตัวเอง นายอนุทินกล่าวว่า แม้ตนไม่ได้ลงพื้นที่หรือไปนั่งควบคุมการสอบสวนตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่มีการยั้งมือหรือละเว้นบุคคลใด หากผลการสืบสวนเชื่อมโยงไปถึงใคร ผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ก่อนพิจารณาเรื่องการโยกย้ายตำแหน่ง

นายอนุทินระบุว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครองในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น หากการสอบสวนยังไม่เรียบร้อย จะยังไม่พิจารณาเรื่องการเกษียณหรือโยกย้ายตำแหน่งตามปกติ

“ผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องมองไปข้างหน้าและดำเนินการให้เด็ดขาด ผมไม่เคยหลุดซักเรื่อง แต่ต้องระวังไม่ให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความเสียหาย กฎหมายมีไว้ปกป้องคนทำงานสุจริต ไม่ใช่ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อขยายเวลาการสอบสวน” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีขีดเส้นให้การตรวจสอบต้องได้ข้อยุติภายในวันที่ 30 กันยายน โดยไม่เปิดทางให้ขยายเวลา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของข้าราชการหลายคน พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการให้แล้วเสร็จ

“เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนด ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือใคร เวลาล่วงเลยมานานและหน่วยงานอื่นดำเนินการไปไกลแล้ว ดังนั้น หน่วยงานเจ้าของบ้านต้องเด็ดขาด” นายอนุทินกล่าว