สรุปปมขัดแย้งทนายไก่ ลามรัวหมัด-ขวดน้ำปลาตีหัว"แนน" สมองกระทบกระเทือน จมูกหัก ต่อหน้าเด็ก 5 ขวบ ฝั่งทนายอ้างถูกถอยรถทับกล่องอาหารสด-โดนด่าทอก่อน ล่าสุด ทนายหนุ่มหอบกระเช้าขอโทษ "แนน" ผู้เสียหายยันไม่รับ ลั่นถ้าสำนึกจริงให้ไปต่อหน้าสื่อ! นิติฯ แฉพฤติกรรมกร่างสะสม

จากกรณีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านภายในหมู่บ้านหรูย่านพระราม 5 เมื่อ นายเอ (นามสมมุติ) ทนายความ ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.ยิ่งฐาฐ์ หรือ "แนน" อายุ 38 ปี อย่างรุนแรง ด้วยการบีบคอ รัวหมัดใส่ใบหน้า และใช้ขวดน้ำปลาตีศีรษะ ต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส ตาบวมปิด สมองได้รับความกระทบกระเทือน และกระดูกจมูกหัก ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ล่าสุด ทนายความผู้ก่อเหตุ ได้ประสานผ่านรองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี นำกระเช้าและเงินเยียวยาเบื้องต้นเดินทางไปกดกริ่งขอโทษ น.ส.แนน ถึงหน้าบ้านพัก โดยเปิดใจว่าต้องการให้บรรยากาศความขัดแย้งคลี่คลาย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ได้เรียนรู้ และอยากวิงวอนขอโอกาสจากสังคม ตลอดจนขอโทษทีมงานรายการ "โหนกระแส", หนุ่ม กรรชัย, ทนายแก้ว, ทนายตุ๋ย และเอกภพ สายไหมต้องรอด เพื่อขอโอกาสประกอบวิชาชีพทนายความต่อไป
อย่างไรก็ตาม น.ส.แนน ผู้เสียหาย ปฏิเสธที่จะรับกระเช้าและเงินเยียวยา โดยมองว่ายังไม่เห็นความจริงใจ และอาจทำไปเพราะแรงกดดันจากสังคม พร้อมท้าว่าหากสำนึกผิดอย่างจริงใจ ขอให้ไปแถลงข่าวขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชนทุกสำนักที่สำนักงาน "สายไหมต้องรอด" นอกจากนี้ น.ส.แนน ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและทางอาญา เนื่องจากพฤติกรรมมีความโหดร้าย และยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของลูกชายวัย 5 ขวบ จนมีอาการขวัญผวาและต้องพบแพทย์เพื่อบำบัดพัฒนาการ
ทางด้านฝั่งทนายความได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อชี้แจงมุมของตนเอง โดยอ้างว่า ชนวนเหตุเกิดจากการที่ตนจอดรถขนของ และนำกล่องโฟมใส่อาหารสดมูลค่าประมาณ 1,000 บาทมาวางกั้นไว้ แต่รถคู่กรณีกลับถอยมาทับจนเสียหาย อีกทั้งยังถูกด่าทออย่างหนักจนเกิดการโต้เถียงบานปลาย ยืนยันว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บ มีใบรับรองแพทย์ระบุอาการกล้ามเนื้ออักเสบหลายแห่ง รวมถึงทรัพย์สินอย่างเสื้อแบรนด์เนม รองเท้า Gucci และสร้อยคอทองคำหลวงปู่ทวดได้รับความเสียหาย พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลตามที่ถูกกล่าวหา
ขณะเดียวกัน นิติบุคคลและชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้ออกมาแฉพฤติกรรมสะสมของทนายความรายนี้เพิ่มเติม ทั้งเรื่องการต่อเติมบ้านทำสำนักงานส่งเสียงดัง พอถูกเตือนกลับถ่ายคลิปขู่ฟ้อง, เหตุการณ์จุดประทัดตอนตี 5, การขับรถเร็วในหมู่บ้านคล้ายไล่เด็กที่ออกมาวิ่งเล่น รวมทั้งมีคลิปวงจรปิดจับภาพขณะนำถุงขยะไปทิ้งหน้าบ้านผู้อื่น และขับรถคล้ายพุ่งชนเพื่อนบ้าน จนสร้างความหวาดระแวงให้คนในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป










