ดราม่าถึงขั้นแก้กฎ! HYROX เพิ่มมาตรการใหม่ เจอเลือด–อาเจียน–ปัสสาวะ–อุจจาระ เสี่ยงปนเปื้อน Race Director สั่งถอนจากการแข่งขันได้ หลังไวรัลนักกีฬาหญิงแข่งต่อทั้งที่เกิดภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่กลางสนาม
กลายเป็นเหตุการณ์ไวรัลที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกติกาของ HYROX หลังการแข่งขันที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เกิดกรณีนักกีฬาหญิงมีภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ระหว่างการแข่งขัน แต่ยังคงเดินหน้าแข่งขันต่อจนจบ ท่ามกลางภาพที่เผยให้เห็นคราบเปื้อนบริเวณขา และสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความปลอดภัย สุขอนามัย รวมถึงผลกระทบต่อนักกีฬาคนอื่นที่ต้องใช้สนามและอุปกรณ์ร่วมกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในการแข่งขัน HYROX Beijing เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 โดยนักกีฬาหญิงชาวออสเตรเลีย Joanna Wietrzyk เกิดภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ระหว่างการแข่งขัน แต่ยังคงแข่งขันต่อและสามารถจบการแข่งขันได้ ก่อนคว้าอันดับ 1 ของรายการ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ไม่ใช่ผลการแข่งขัน แต่เป็นคำถามว่า เหตุใดนักกีฬาจึงได้รับอนุญาตให้แข่งขันต่อ ทั้งที่อาจเกิดการปนเปื้อนบนพื้นที่และอุปกรณ์ซึ่งนักกีฬาคนอื่นต้องใช้ร่วมกัน

HYROX China ระบุภายหลังว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบถูกปิดและแยกออก มีการฆ่าเชื้อ นำอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ รวมถึงเปลี่ยนพื้นพรมและทำความสะอาดสนามครั้งใหญ่ ขณะที่ HYROX ยอมรับว่าการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวมีข้อบกพร่อง และกฎเดิมยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอสำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้
ล่าสุด HYROX ได้เพิ่มข้อกำหนดในกฎการแข่งขัน โดยเฉพาะในส่วน Did Not Finish หรือ DNF เพื่อให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขอนามัยได้ชัดเจนขึ้น
สาระสำคัญระบุว่า หาก เลือด อาเจียน ปัสสาวะ หรืออุจจาระของนักกีฬา ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสวัสดิภาพหรือการปนเปื้อนต่อตัวนักกีฬาเองหรือนักกีฬาคนอื่น Race Director สามารถถอนนักกีฬาออกจากการแข่งขันด้วยเหตุผลทางการแพทย์ได้ ตามมาตรฐานด้านการแพทย์และสุขอนามัยของ HYROX และผลของนักกีฬารายนั้นจะถูกบันทึกเป็น DNF
สำหรับหลักเกณฑ์ DNF โดยทั่วไป หากนักกีฬาไม่สามารถจบสถานีการแข่งขันใดสถานีหนึ่งได้อย่างถูกต้อง จะไม่ได้รับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ รวมถึงถูกตัดออกจากการจัดอันดับและรางวัลที่เกี่ยวข้อง แม้ในบางกรณีจะยังได้รับอนุญาตให้แข่งขันต่อจนถึงเส้นชัยก็ตาม
ขณะที่ Disqualification หรือการตัดสิทธิ์ มีผลต่างออกไป หาก Race Director ตัดสิทธิ์นักกีฬาระหว่างการแข่งขัน นักกีฬาจะไม่มีผลการแข่งขัน ถูกตัดออกจากอันดับและรางวัลที่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถแข่งขันต่อใน Race นั้นได้
จุดที่น่าสนใจคือ กฎเกี่ยวกับการปนเปื้อนใช้คำว่า Race Director “may withdraw” หรือ “สามารถถอนนักกีฬาออกจากการแข่งขันได้” ไม่ได้กำหนดว่าทุกกรณีจะต้องถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ จึงยังเปิดพื้นที่ให้ Race Director พิจารณาตามระดับความเสี่ยง สถานการณ์จริง รวมถึงแนวทางด้านการแพทย์และสุขอนามัยของการแข่งขัน

นอกจากนี้ กฎยังเปิดช่องให้ Race Director พิจารณาอนุญาตให้นักกีฬาที่ถูกถอนออกจากการแข่งขันจากเหตุปนเปื้อนสามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ในบางสถานการณ์ แต่ผลการแข่งขันยังคงขึ้นอยู่กับการพิจารณาและสถานะที่กำหนดตามกติกา
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่า “มีเลือด อาเจียน ปัสสาวะ หรืออุจจาระ = ถูกตัดสิทธิ์ทันทีทุกกรณี” แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ว่า สิ่งเหล่านั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขอนามัยหรือการปนเปื้อนหรือไม่ และ Race Director จะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจตามสถานการณ์
ดราม่าที่ปักกิ่งจึงกลายเป็นมากกว่าเหตุการณ์ไวรัลบนโลกออนไลน์ เพราะสุดท้ายได้ผลักให้ HYROX ต้องกลับมาทบทวนกฎการแข่งขัน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง “การสู้จนถึงที่สุด” ของนักกีฬา กับ “ความปลอดภัยและสุขอนามัย” ของทุกคนที่อยู่ในสนาม
ขอบคุณภาพ Getty Images




