จากรถเมล์ที่คนกรุงคุ้นตา สู่ภาพจำของการเดินทางราคาประหยัดมานานกว่า 3 ทศวรรษ “รถเมล์ครีมแดง” ของ ขสมก. กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เมื่อรถโดยสารไฟฟ้า EV ปรับอากาศ 1,520 คัน เตรียมทยอยเข้ามาทดแทนในปี 2570
35 ปีบนถนนกรุงเทพฯ “ครีมแดง” กำลังจะเป็นตำนาน ในปี 2570 ภาพเหล่านี้กำลังจะค่อย ๆ หายไปจากถนน เมื่อองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เดินหน้าเปลี่ยนผ่านรถโดยสารธรรมดา หรือ “รถเมล์ร้อนสีครีมแดง” ไปสู่รถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า EV
รถเมล์ครีมแดงชุดที่กลายเป็นภาพจำของคนกรุง เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2534 เป็นรถโดยสารขนาดประมาณ 12 เมตร มีประตูขึ้น-ลงตรงกลาง และใช้ระบบเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติ นับถึงปี 2569 รถชุดนี้อยู่บนถนนกรุงเทพฯ มาประมาณ 35 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา รถครีมแดงไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทางราคาประหยัดของประชาชน โดยปัจจุบันรถโดยสารธรรมดาของ ขสมก. จัดเก็บค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย
แผนเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง ขสมก. ลงนามสัญญาเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด หรือ EV จำนวน 1,520 คัน กับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 โครงการมีระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท โดยรถชุดใหม่จะทยอยเข้ามาทดแทนรถโดยสารธรรมดาสีครีมแดงเดิม
ตามกรอบการส่งมอบล่าสุด แบ่งออกเป็น 3 งวด ได้แก่ 500 คันแรก ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2570 , 500 คันที่สอง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2570 และ 520 คันสุดท้าย ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2570 หลังรับมอบ รถแต่ละชุดยังต้องผ่านการตรวจสอบและทดสอบระบบ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานขับรถ ก่อนนำออกให้บริการประชาชน
ดังนั้น การจากไปของรถเมล์ครีมแดงจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว แต่จะเป็นการทยอยเปลี่ยนรถตามความพร้อมและการนำรถ EV ใหม่เข้าสู่ระบบ
ขสมก. มีแผนนำรถ EV ชุดใหม่ให้บริการในระยะแรกประมาณ 50 เส้นทาง จากเส้นทางที่ ขสมก. ให้บริการทั้งหมดราว 107 เส้นทาง โดยจะมีทั้งเส้นทางในพื้นที่เมืองและเส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่ชานเมือง โดย
รถใหม่จะเป็นรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า ชานต่ำ หรือ Low Floor เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ขึ้นลงรถได้สะดวกขึ้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ช่องชาร์จ USB-C และระบบกรองฝุ่น PM2.5 นอกจากเปลี่ยนตัวรถแล้ว ขสมก. ยังต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งอู่จอดรถ ระบบไฟฟ้า และสถานีชาร์จ
เปลี่ยนรถแล้ว ค่าโดยสารจะเป็นเท่าไร? นี่อาจเป็นคำถามสำคัญที่สุดสำหรับผู้โดยสารที่ใช้รถเมล์ครีมแดงเป็นประจำ ปัจจุบันรถโดยสารธรรมดาครีมแดงคิดค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย ขณะที่รถที่จะเข้ามาทดแทนเป็นรถปรับอากาศ EV อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ยังไม่ควรสรุปว่าผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าโดยสารเท่าใดเมื่อรถ EV เริ่มให้บริการ เพราะอัตราค่าโดยสารที่จะใช้จริงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามการกำหนดและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการได้รถใหม่ เพราะรถครีมแดงเป็นหนึ่งในระบบขนส่งสาธารณะที่มีค่าโดยสารต่ำ และมีประชาชนจำนวนไม่น้อยใช้เดินทางเป็นประจำ การเปลี่ยนผ่านในปี 2570 จึงมีความหมายมากกว่าการนำรถเก่าออกแล้วนำรถใหม่เข้ามาแทน
ด้านหนึ่งคือการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ ลดมลพิษ ลดภาระด้านเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุงรถที่มีอายุหลายสิบปี โดย ขสมก. ประเมินว่าการเปลี่ยนมาใช้รถชุดใหม่ทั้งหมดจะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แต่อีกด้านหนึ่ง คือโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะที่ดีขึ้น ยังคงเป็นบริการที่ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้
เมื่อรถ EV ชุดแรกเริ่มทยอยเข้าสู่ถนนในปี 2570 “รถเมล์ครีมแดง” ที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารมาตั้งแต่ปี 2534 ก็จะค่อย ๆ ลดจำนวนลง
