ศึกชิงแชมป์โลก MotoGP 2026 ร้อนระอุขึ้นอีกขั้น เมื่อ มาร์ก มาร์เกซ แชมป์โลกชาวสเปนจาก Ducati Lenovo Team ระเบิดฟอร์มคว้าชัยในศึก San Marino and Rimini Riviera Grand Prix พร้อมทะยานขึ้นนำตารางคะแนนสะสม หลังจบสนามที่ 14 ของฤดูกาล
การแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กลายเป็นอีกหนึ่งสนามสำคัญของการลุ้นแชมป์โลก เมื่อมาร์เกซควบรถหมายเลข 93 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 41 นาที 13.013 วินาที เก็บชัยชนะต่อเนื่องเป็นสนามที่ 2 หลังเพิ่งคว้าแชมป์ Aragón Grand Prix เมื่อปลายเดือนสิงหาคม
ชัยชนะครั้งนี้ยังถือเป็น แชมป์สนามที่ 5 ของมาร์เกซในฤดูกาล 2026 และเป็นชัยชนะ MotoGP ครั้งที่ 78 ในอาชีพของเจ้าตัว
ความสำเร็จของมาร์เกซยิ่งน่าจับตา เมื่อ อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายจาก BK8 Gresini Racing MotoGP ตามเข้าเส้นชัยอันดับ 2 ห่างเพียง 0.657 วินาที ขณะที่ เปโดร อกอสตา จาก Red Bull KTM Factory Racing คว้าอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 2.326 วินาที
ส่วน ฮอร์เก มาร์ติน จาก Aprilia Racing ซึ่งครองตำแหน่งผู้นำคะแนนสะสมก่อนเข้าสู่สนามนี้ จบการแข่งขันเพียงอันดับ 5 ตามหลังมาร์เกซ 14.021 วินาที ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์โลกเกิดการพลิกผันครั้งสำคัญ
หลังจบซานมาริโน กรังด์ปรีซ์ มาร์เกซขยับขึ้นมามี 274 คะแนน เท่ากับมาร์ติน แต่แซงขึ้นครองอันดับ 1 ของตารางคะแนนสะสม เนื่องจากมีจำนวนชัยชนะในเรซหลักมากกว่า โดยมาร์เกซชนะไปแล้ว 5 สนาม ขณะที่มาร์ตินชนะ 1 สนาม
นั่นหมายความว่า แม้ตัวเลขบนตารางจะ “274 เท่ากัน” แต่บัลลังก์จ่าฝูงได้เปลี่ยนมือเรียบร้อยแล้ว
ที่น่าจับตาคือเส้นทางการกลับมาของมาร์เกซ เพราะเจ้าตัวเคยมีคะแนนตามหลังคู่แข่งถึง 102 คะแนน ในช่วงหนึ่งของฤดูกาล ก่อนค่อย ๆ ไล่เก็บแต้มจนกลับขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดของตารางเป็นครั้งแรกในปีนี้
ขณะที่อันดับ 3 ของตารางเป็น มาร์โค เบซเซกกี จาก Aprilia Racing ซึ่งมี 241 คะแนน ตามหลังสองผู้นำ 33 คะแนน หลังเจ้าตัวพลาดล้มตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขันที่มิซาโน
จากนี้ศึก MotoGP 2026 จึงเข้าสู่ช่วงที่ทุกแต้มมีความหมาย เพราะเมื่อสองตัวเต็งมีคะแนนเท่ากัน การพลาดเพียงสนามเดียวอาจหมายถึงการเปลี่ยนผู้นำ และอาจเป็นจุดพลิกชะตาของตำแหน่งแชมป์โลกในท้ายฤดูกาล
ภาพ AP




