“พลพีร์” ประชุมด่วนติดตามปมสุสาน “กาน ชาบาด ฉะเชิงเทรา” พบ 3 ศพฝังช่วงไร้ใบอนุญาต สั่งสอบคนไทยผู้เกี่ยวข้องแล้ว
“พลพีร์” ประชุมติดตามปมสุสานฉะเชิงเทรา พบพิรุธการขออนุญาตตั้งแต่ปี 64 สั่งสอบความเชื่อมโยงผู้แจ้งตาย–บริษัทกาน ชาบาด
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทราและกรมการปกครอง เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีสุสานในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ 4 ราย
การประชุมมีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปลัดจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด นายอำเภอบางคล้า ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าร่วม
ฝ่ายกรมการปกครองประกอบด้วย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายยุทธการ ขัตยพูรณ์ ผู้อำนวยการส่วนการทะเบียนทั่วไป สำนักบริหารการทะเบียน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากสำนักบริหารการทะเบียนและศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง
ที่ประชุมได้รับรายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ราย เป็นชาวอิสราเอล 3 ราย และชาวอังกฤษ 1 ราย โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ ชาวอังกฤษ 1 ราย และชาวอิสราเอล 1 ราย อยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตตามวีซ่า
นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตชาวอิสราเอลทั้ง 3 ราย มีการแจ้งการเสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนนำร่างมาเก็บไว้ในสุสานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
นายพลพีร์จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความสัมพันธ์ของบุคคลสัญชาติไทย 2 ใน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้แจ้งการเสียชีวิต ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตในฐานะใด และเป็นเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทกาน ชาบาดหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อนสรุปผล
ส่วนการจัดตั้งสุสาน ที่ประชุมได้รับข้อมูลจากจังหวัดฉะเชิงเทราและตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการขออนุญาตจัดตั้งเมื่อปี 2564 อาจดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่ต้น ขณะที่การมีคำสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตในปี 2566 เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องแล้ว
สำหรับการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ก่อนหน้านี้ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายได้ติดต่อขอเคลื่อนย้ายร่างแล้ว แต่ภายหลังบริษัทกาน ชาบาดได้แจ้งความประสงค์ขอเป็นผู้ดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างทั้งหมดเอง พร้อมขอขยายระยะเวลาดำเนินการออกไปอีก 7 วัน
นายพลพีร์กำชับให้จังหวัดฉะเชิงเทรา กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งสถานะการเข้าเมือง การแจ้งการเสียชีวิต ความสัมพันธ์ของผู้แจ้ง การขออนุญาตจัดตั้งสุสาน และการเคลื่อนย้ายร่าง โดยต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส รอบคอบ และไม่ละเว้นข้อสงสัยทุกประเด็น




