วันที่ 13 ก.ย.69 - ก.ล.ต.ออกกติกาใหม่สำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องรู้ว่าเงินคริปโทถูกส่งจากใคร ไปหาใคร และปลายทางเป็นผู้ให้บริการที่ตรวจสอบได้หรือไม่ รวมถึงกรณีโอนเข้า–ออกกระเป๋าที่ผู้ใช้งานดูแลเอง หรือ Self-hosted Wallet หวังปิดช่องฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570

Article Image

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ประกาศหลักเกณฑ์การบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ “Travel Rule for Digital Assets” หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน และมิถุนายน–กรกฎาคม 2569  

Article Image

หัวใจของ Travel Rule คือ “ข้อมูลต้องเดินทางไปพร้อมกับธุรกรรม” กล่าวคือ เมื่อมีการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุตัวผู้โอน ผู้รับ และคู่ธุรกรรม เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางเงินและประเมินความเสี่ยงได้ หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดทำนโยบายและขั้นตอนบริหารความเสี่ยงสำหรับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมรวบรวมข้อมูลลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าในทุกธุรกรรม

กรณีที่ปลายทางหรือแหล่งที่มาของสินทรัพย์อยู่กับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น หรือ Counterparty VASP ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสอบสถานะและคุณสมบัติของผู้ให้บริการดังกล่าว รวมถึงตัวกลางที่อยู่ในเส้นทางการโอน หากมี

ส่วนกรณีทำธุรกรรมกับ Self-hosted Wallet หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เจ้าของดูแลกุญแจและควบคุมด้วยตนเอง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบความเป็นเจ้าของ หรืออำนาจควบคุมกระเป๋านั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์นี้ไม่ได้หมายถึงการห้ามใช้ Self-hosted Wallet แต่เป็นการเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบเมื่อมีการโอนระหว่างกระเป๋าส่วนตัวกับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

อีกส่วนสำคัญคือ ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งที่ส่งคำสั่งโอน จะต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนไปพร้อมกับคำสั่ง ให้ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งรับสามารถใช้ตรวจสอบธุรกรรมได้ต่อเนื่อง ข้อมูลประกอบการโอนทุกธุรกรรมต้องถูกเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี และอยู่ในรูปแบบที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกตรวจสอบได้ทันที

ก.ล.ต.ระบุว่า การออกเกณฑ์ Travel Rule มีเป้าหมายลดความเสี่ยงที่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน สนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือกระทำอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมยกระดับมาตรฐานไทยให้สอดคล้องกับ Financial Action Task Force หรือ FATF ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการต่อต้านการฟอกเงิน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและสกัดกั้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม รวมทั้งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเมื่อต้องเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ

หลักเกณฑ์จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อเปิดเวลาให้ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาระบบรับ–ส่งข้อมูล รวมถึงกระบวนการตรวจสอบธุรกรรมให้พร้อมก่อนกติกาใหม่มีผลเต็มรูปแบบ