วันที่ 12 ก.ย.69 - นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ BDE เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.52 ล้านคน  ขณะเดียวกัน มีการใช้งานคำสั่ง AI หรือ Prompt ผ่านระบบแล้วกว่า 8,720,807 Prompts และมีผู้เรียนที่ผ่านบทเรียนอย่างน้อย 1 บทเรียนแล้วจำนวน 1,297,924 บทเรียน  ส่วนผู้ที่เรียนครบหลักสูตรตามเงื่อนไขและได้รับใบประกาศนียบัตร มีจำนวน 139,519 ใบ

นายเวทางค์ กล่าวว่า การจัดทำหนังสือประชาสัมพันธ์โครงการ TH-AI Passport เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นขั้นตอนปกติของหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง  ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน สามารถร่วมประชาสัมพันธ์โครงการได้ เนื่องจากเป็นโครงการของภาครัฐที่มีเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น

รูปภาพบทความ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้เริ่มต้นใช้งาน AI รวมถึงบุคลากรด้านการศึกษา โดย BDE ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างการรับรู้  เป้าหมายคือส่งเสริมให้คนไทยสามารถ “เข้าถึง เข้าใจ และใช้ AI เป็น” ผ่านการเรียนรู้ควบคู่กับการทดลองใช้งานจริง

ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้งาน Generative AI ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสนับสนุนการเรียน การวิจัย และการทำงานในอนาคต  BDE ระบุว่า รูปแบบค่าใช้จ่ายของโครงการเป็นระบบ Pay per Active User ตามสัญญาใหม่ ซึ่งเป็นการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง  โดยกำหนด “ผู้ใช้งานจริง” หมายถึง ผู้ใช้งานที่มีการสร้างสรรค์ผลงานและมีการใช้งานอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน  อัตราค่าบริการอยู่ที่ 24.6951 บาทต่อคนต่อเดือน

รูปภาพบทความ

เลขาธิการ BDE กล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยี AI ให้ประชาชนในวงกว้าง ผ่านบทเรียนและเครื่องมือ AI หลากหลายรูปแบบ  เพื่อช่วยลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง AI และพัฒนาศักยภาพของกำลังคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล