วันที่ 12 ก.ย.69 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยืนยันว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นเพียง ความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ไม่ใช่การลงนามโดยรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ในข้อตกลงดังกล่าว ไม่ได้ระบุว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะนำเข้าเป็นข้าวโพด GMO และการนำเข้าทุกกรณียังคงต้องดำเนินการภายใต้มาตรการและเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด
รัฐบาลระบุว่า ความต้องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของภาคเอกชน เกิดจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคอาหารสัตว์ ขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงอย่างมาก หลังมีมาตรการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ทำให้ภาคการผลิตจำเป็นต้องหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม เพื่อรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ตาม การนำเข้ายังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ สำหรับมาตรการกำกับดูแล รัฐกำหนดเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การนำเข้าภายใต้กรอบ WTO กำหนดปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตัน ผู้ประกอบการที่นำเข้าภายใต้กรอบดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับซื้อผลผลิตในประเทศ กรณีนำเข้าเกินกรอบ จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขการนำเข้าในระบบ ข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้ของภาคอุตสาหกรรมและการรักษารายได้ของเกษตรกร



นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรไทยและรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตในประเทศ โดยทุกการนำเข้าจะต้องอยู่ภายใต้กติกาและมาตรการที่กำหนด พร้อมมีโครงสร้างราคาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เนื่องจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอาจสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง




