รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้ำวัดพุทไธศวรรย์ยังเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ เชื่อประชาชนแยกเรื่องตัวบุคคลออกจากพระพุทธศาสนา มั่นใจปมอดีตเจ้าอาวาสไม่กระทบท่องเที่ยวอยุธยา

วันที่ 11 ก.ย.69 - นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมดำเนินคดี โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความศรัทธาหรือการท่องเที่ยวโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายสุรศักดิ์ ระบุว่า วัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยา และอดีตเจ้าอาวาสหลายรูปได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชน โดยเฉพาะพระครูภัทรกิจโสภณ หรือ “หลวงปู่หวล” ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวพระนครศรีอยุธยา  นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีโบราณสถานและสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ ตลอดจนสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังคงเป็นจุดหมายของประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับข้อกังวลว่า คดีที่เกิดขึ้นจะกลายเป็น “วิกฤติศรัทธา” นายสุรศักดิ์มองว่า ประชาชนสามารถแยกแยะการกระทำของบุคคลออกจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาได้ เพราะพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้กระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  พร้อมเชื่อว่าประชาชนยังคงเดินทางมาวัดพุทไธศวรรย์เพื่อกราบพระพุทธไสยาสน์ พระประธาน และเที่ยวชมโบราณสถานภายในวัดตามปกติ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางมาเพราะศรัทธาในตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว ส่วนผู้ที่มีความเชื่อหรือศรัทธาเกี่ยวกับวัตถุมงคลและของขลังอาจเป็นเพียงบางกลุ่ม ขณะที่คุณค่าหลักของวัด ทั้งในด้านพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และการท่องเที่ยว ยังคงอยู่เช่นเดิม

นายสุรศักดิ์จึงเชื่อว่า คดีของอดีตเจ้าอาวาสจะไม่ทำให้ประชาชนหยุดเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการท่องเที่ยวโบราณสถาน โดยวัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบไหว้และศึกษาประวัติศาสตร์ได้ตามปกติ