วันที่ 11 ก.ย.69 - สถานการณ์แม่น้ำสายบริเวณชายแดนไทย–เมียนมา ยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง หลังฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำฝั่งประเทศเมียนมา ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ขณะที่พนังกั้นน้ำฝั่งท่าขี้เหล็กเกิดแตกซ้ำ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชนและย่านเศรษฐกิจฝั่งเมียนมา ส่วนฝั่งไทยยังไม่พบมวลน้ำจากแม่น้ำสายล้นพนังเข้าท่วมพื้นที่

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน หลังฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำบ้านโจตาดา ประเทศเมียนมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และขึ้นมาใกล้ระดับใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1  เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่สายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งนำรถแบ็กโฮเข้าตักต้นไม้ กิ่งไม้ และขยะที่ลอยมาติดบริเวณใต้สะพาน เพื่อเปิดทางระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากการกีดขวางทางน้ำ 

เมื่อเวลา 20.23 น.ของวันที่ 10 ก.ย.69 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสาย ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและเตรียมพร้อมอพยพ หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมจัดเตรียมศูนย์พักพิงภายในวัดพรหมวิหารรองรับประชาชน  กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. มีรายงานว่าพนังกั้นแม่น้ำสายบริเวณฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แตกอีกครั้ง ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งเมียนมาอย่างรวดเร็ว

สำหรับฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระดับน้ำ แนวป้องกัน และแนวบิ๊กแบ็กตลอดเส้นทาง พร้อมเฝ้าระวังจุดรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นแนวป้องกันยังสามารถรับสถานการณ์ได้ และยังไม่พบมวลน้ำจากแม่น้ำสายล้นพนังเข้าท่วมฝั่งไทย 

ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบางจุด เช่น บริเวณแม่สายคอมเพล็กซ์ ชุมชนเกาะทราย และบ้านไม้ลุงขน เจ้าหน้าที่ชี้ว่าเกิดจากลักษณะพื้นที่ลุ่มต่ำ ประกอบกับระบบระบายน้ำบางจุดยังระบายได้ไม่ทัน โดยไม่ได้เกิดจากแม่น้ำสายล้นพนัง

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.ย.69) ระดับน้ำในแม่น้ำสายลดลงต่ำกว่าระดับตลิ่งแล้ว แต่ยังอยู่ในระดับสูงและยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมในพื้นที่ต้นน้ำ

Article Image