เจาะลึกประวัติองค์พ่อจตุคามรามเทพ วัดพุทไธศวรรย์ เผยจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์ภาคใต้ มวลสารผงพรายกุมาร และครูบาอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา
หลายคนเคยสงสัยว่า เหตุใด "วัดพุทไธศวรรย์" โบราณสถานสำคัญนอกเกาะเมืองอยุธยา จึงกลายมาเป็นศูนย์กลางความศรัทธาในองค์ "ท่านพ่อจตุคามรามเทพ" ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในภาคกลาง
จุดกำเนิดไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแส แต่เริ่มขึ้นจากเจตจำนงของ พระอาจารย์โชติ (อติโชติ ธมฺมวโร) ที่ต้องการจัดสร้างรูปหล่อหลวงปู่ทวด ขนาดหน้าตัก 29 นิ้ว เพื่อประดิษฐานไว้ ณ วัดพุทไธศวรรย์ โดยตั้งใจจะบรรจุพระหลวงปู่ทวดองค์เล็กจำนวน 10,000 องค์ไว้ภายใน แต่เมื่อเดินทางไปติดต่อขอเช่าทำบุญพระเนื้อว่าน ณ วัดช้างไห้ และวัดทรายขาว จังหวัดปัตตานี กลับพบว่าต้องใช้ปัจจัยสูงถึง 300,000 บาท ซึ่งในขณะนั้นท่านยังไม่มีเงินมากพอ
พระอาจารย์โชติจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อ "หลวงพ่อดำ" พระประธานศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์วัดพุทไธศวรรย์ ขอให้เจตนาในการทำนุบำรุงศาสนานี้ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ศิษย์สายอาจารย์เณรวิรัช ลุปซ่า ได้แนะนำให้ติดต่อไปยัง คุณอนันต์ แช่ตัน (โกฉ้า) ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อคุณอนันต์ทราบถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ จึงยินดีถวายพระหลวงปู่ทวด 10,000 องค์ให้ฟรี พร้อมร่วมเดินทางมามอบให้ที่วัดพุทไธศวรรย์ โดยมี คุณอะผ่อง สกุลอมร (โกผ่อง) ร่างทรงองค์พ่อจตุคามรามเทพ ร่วมเดินทางมาด้วยเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545
พิธีอัญเชิญปาฏิหาริย์ และการครอบวิชา "จันทรภาณุเหนือฟ้า เหนือดิน"
ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 โกผ่อง ได้ประกอบพิธีอัญเชิญญาณบารมีองค์ท่านพ่อจตุคามรามเทพ เมื่อองค์พ่อประทับทรง ได้ตรัสถามพระอาจารย์โชติว่า "มีธุระอะไร?" พระอาจารย์โชติจึงแจ้งวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งขอเรียน "วิชาจันทรภาณุเหนือฟ้า เหนือดิน" องค์พ่อจึงถามกลับว่า "จะเรียนไปทำไม?" ท่านจึงตอบว่า "เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ และจะได้รู้ว่าวิชาเหล่านี้มีจริงหรือไม่"
เมื่อทรงทราบถึงจิตบริสุทธิ์ องค์พ่อจตุคามรามเทพจึงจับมือครอบครูให้พระอาจารย์โชติ พร้อมจับมือเขียนอักขระมอบวิชาความรู้ให้ตามขั้นตอน และกำชับให้ช่วยดูแลทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ต่อมา พระอาจารย์โชติมีความคิดว่า ควรจัดสร้างรูปหล่อองค์พ่อจตุคามรามเทพองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ที่วัด เพื่อให้สาธุชนในภาคกลางได้เข้ามากราบไหว้ขอพร โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานขออนุญาตจัดสร้างรูปหล่อขนาดหน้าตัก 29 นิ้วขึ้น โดยถือฤกษ์ดีทำพิธีเททองหล่อใน วันเพ็ญเดือน 12 (วันลอยกระทง) ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 พร้อมเททองหล่อรูปเหมือนขนาด 7 นิ้ว ให้ผู้ศรัทธานำไปบูชาติดบ้านเรือน
เจาะลึกขุมพลังพุทธาคม และมวลสาร "ผงพรายกุมาร" ระดับตำนาน
นอกจากวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดจากองค์พ่อจตุคามรามเทพแล้ว พระอาจารย์โชติ (เกิด 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 อุปสมบท 22 มกราคม พ.ศ. 2540) ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในเวทวิทยาคม โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาจากครูบาอาจารย์ฆราวาสชื่อดังถึง 3 ท่าน:
-
ครูก้าน บำรุงกิจ (น้องชายหลวงปู่สี วัดสะแก): ถ่ายทอดวิชาการรักษาโรค และ วิชาสร้างรูปพรหม ซึ่งสืบทอดมาจาก อาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ฆราวาสจอมขมังเวทแห่งเมืองกรุงเก่า
-
ครูฉิ่ง เกิดแก้ว (ศิษย์สมเด็จลุน แห่งจำปาสัก): ผู้เชี่ยวชาญวิชาตะกรุดทองคำฝังแขน และเวทมนตร์สายสมเด็จลุน พระสังฆราชแห่งเมืองลาว
-
ครูเย็น คำมี (บุตรบุญธรรมหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่): ศิษย์ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่ทิม และหลานหลวงปู่แก้ว เกสาโร
ที่สำคัญที่สุดคือ ครูเย็น คำมี ได้นำมวลสารศักดิ์สิทธิ์อันประเมินค่าไม่ได้ ได้แก่ ผงพรายกุมาร เส้นเกศา และเถ้าอังคารของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ มามอบให้แก่วัดพุทไธศวรรย์ เพื่อใช้เป็นมวลสารหลักในการสร้างวัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามรามเทพเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ โดยครูเย็นจะเป็นผู้ผสมผงวิเศษและลงมือกดพิมพ์วัตถุมงคลด้วยตนเองทุกขั้นตอน
ด้วยเหตุนี้ วัตถุมงคลองค์พ่อจตุคามรามเทพของวัดพุทไธศวรรย์ จึงไม่ได้มีดีแค่กระแสความนิยม แต่เข้มขลังด้วยพิธีกรรม มวลสาร และเจตนาอันบริสุทธิ์ จนกลายเป็นตำนานเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน







