1. ล้างหน้าบ่อย ขัดแรง และใช้น้ำร้อนจัด
เมื่อรู้สึกว่าหน้ามันหรือเป็นสิว หลายคนอาจล้างหน้าหลายรอบ ใช้สครับเม็ดหยาบ หรือถูผิวแรง ๆ เพราะคิดว่าจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน แต่พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกราะป้องกันผิวเสียสมดุล เกิดอาการแห้ง แสบ แดง และระคายเคืองกว่าเดิม
สิวไม่ได้เกิดจาก “ใบหน้าสกปรก” เพียงอย่างเดียว และการล้างหน้ามากกว่าวันละ 2 ครั้งอาจรบกวนผิวและทำให้อาการแย่ลงได้ NHS
วิธีดูแลที่เหมาะสม
ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนวันละประมาณ 2 ครั้ง
ล้างเพิ่มหลังเหงื่อออกมากหรือออกกำลังกาย
ใช้น้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย
เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดอ่อนโยน
ใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ ไม่ใช้แปรงหรือฟองน้ำขัดผิว
ซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ไม่ถูแรง
หากใช้ยารักษาสิวแล้วผิวแห้ง ไม่ควรแก้ด้วยการหยุดยาหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์หลายชนิดเอง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อปรับวิธีใช้ให้เหมาะสม
2. เปลี่ยนสกินแคร์บ่อย หรือใช้สารออกฤทธิ์หลายชนิดพร้อมกัน
การเห็นรีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกวันอาจทำให้วัยรุ่นทดลองครีมและยารักษาสิวหลายชนิดพร้อมกัน เช่น กรดผลัดเซลล์ผิว เรตินอยด์ เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ หรือสครับ
การใช้ส่วนผสมหลายตัวเกินไปอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก แสบ คัน และแดง เมื่อผิวอักเสบ รอยสิวอาจดูเด่นขึ้นและทำให้เข้าใจผิดว่าสิวรุนแรงกว่าเดิม
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทุกไม่กี่วันยังทำให้แยกไม่ได้ว่าตัวใดช่วยหรือตัวใดทำให้ระคายเคือง การรักษาสิวส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา ไม่ควรคาดหวังว่าผิวจะเปลี่ยนแปลงภายในไม่กี่วัน
วิธีลดความระคายเคือง
เริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละชนิด
อ่านฉลากและใช้ตามคำแนะนำ
ทาบาง ๆ ไม่เพิ่มปริมาณเพื่อหวังให้สิวหายเร็ว
หลีกเลี่ยงสครับและผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบผิว
ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรไม่อุดตันรูขุมขน
ทาครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวเป็นสิวทุกวัน
หากใช้แล้วแสบมาก ผื่นบวม มีตุ่มน้ำ หรือหายใจลำบาก ควรหยุดใช้และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
3. บีบ แกะ เกา หรือสัมผัสใบหน้าบ่อย
การบีบสิวอาจทำให้รู้สึกว่าสิวยุบเร็ว แต่แรงกดสามารถทำให้สิ่งที่อยู่ในรูขุมขนถูกดันลึกลงไป เนื้อเยื่อบริเวณรอบสิวบาดเจ็บ และเกิดการอักเสบมากขึ้น ส่งผลให้สิวบวม เจ็บ ทิ้งรอยดำ หรือเกิดแผลเป็นถาวรได้
การใช้มือจับใบหน้าระหว่างเรียน เล่นเกม หรือดูโทรศัพท์ก็อาจเพิ่มการเสียดสีและรบกวนสิวที่กำลังอักเสบ แม้มือไม่ใช่สาเหตุหลักของสิว แต่การแกะและสัมผัสซ้ำ ๆ สามารถทำให้อาการแย่ลงได้
วิธีช่วยลดการเผลอแกะสิว
ตัดเล็บให้สั้นและรักษาความสะอาด
หลีกเลี่ยงการส่องกระจกขยายบ่อยเกินไป
ใช้แผ่นแปะสิวเพื่อช่วยลดการสัมผัส
วางมือไว้บนโต๊ะหรือหาของชิ้นเล็กให้มือจับแทน
ไม่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์กดสิวด้วยตัวเอง
หากต้องการกดสิว ควรรับบริการจากผู้ที่มีความรู้และใช้อุปกรณ์สะอาด
การบีบและแกะสิวเพิ่มโอกาสที่สิวจะอักเสบและเกิดแผลเป็นได้ สถาบัน NIAMS สหรัฐฯ
4. ใช้เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ผม หรือครีมที่อุดตันง่าย
ผลิตภัณฑ์บางชนิดมีเนื้อหนักหรือมันมาก เมื่อสัมผัสบริเวณหน้าผาก ขมับ กรอบหน้า และแนวไรผม อาจเพิ่มโอกาสเกิดการอุดตัน โดยเฉพาะเจลแต่งผม แว็กซ์ น้ำมันใส่ผม ครีมนวด และเครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิว
ควรสังเกตว่าสิวขึ้นตรงกับบริเวณที่ผลิตภัณฑ์สัมผัสหรือไม่ เช่น สิวเม็ดเล็กบริเวณหน้าผากหลังไว้ผมหน้าม้า หรือสิวตามกรอบหน้าหลังเปลี่ยนผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม
วิธีเลือกผลิตภัณฑ์
มองหาคำว่า “ไม่อุดตันรูขุมขน” หรือ “Non-comedogenic”
เลือกเครื่องสำอางและครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวเป็นสิว
ล้างเครื่องสำอางออกก่อนนอนทุกครั้ง
ทำความสะอาดแปรงและฟองน้ำแต่งหน้าเป็นประจำ
ไม่ใช้เครื่องสำอางหรืออุปกรณ์แต่งหน้าร่วมกับผู้อื่น
ระวังผลิตภัณฑ์ผมไม่ให้สัมผัสใบหน้า
สระผมตามความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อหนังศีรษะมัน
คำว่า Non-comedogenic ช่วยบอกว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้มีโอกาสอุดตันน้อยลง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับทุกคน หากใช้แล้วสิวเพิ่มหรือผิวระคายเคือง ควรหยุดและประเมินผลิตภัณฑ์ทีละชนิด
5. ปล่อยให้เหงื่อ ความอับชื้น และการเสียดสีอยู่บนผิวนาน
หมวกกันน็อก หน้ากาก สายรัดคาง ชุดกีฬา และสายสะพายกระเป๋าอาจกักเก็บความร้อน เหงื่อ และความชื้น รวมถึงเสียดสีกับผิวซ้ำ ๆ จนเกิดสิวหรือผื่นระคายเคืองบริเวณนั้นได้
วัยรุ่นที่ออกกำลังกายหรือเดินทางกลางอากาศร้อนอาจพบสิวบริเวณหน้าผาก แก้ม คาง หลัง หรือหน้าอกมากขึ้น หากสวมเสื้อผ้าที่อับชื้นต่อเนื่อง
วิธีดูแลหลังเหงื่อออก
ซับเหงื่อเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด ไม่เช็ดถูแรง
ล้างหน้าหรืออาบน้ำหลังออกกำลังกายเมื่อทำได้
เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อ
ทำความสะอาดหมวกกันน็อก สายรัด และอุปกรณ์กีฬา
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศและไม่รัดแน่นเกินไป
หลีกเลี่ยงการใส่หน้ากากหรืออุปกรณ์ที่เปียกชื้นซ้ำ
ควรเช็ดหน้าจอโทรศัพท์และเปลี่ยนปลอกหมอนตามความเหมาะสมเพื่อสุขอนามัย แต่ไม่ควรเหมารวมว่าโทรศัพท์หรือปลอกหมอนสกปรกเป็นสาเหตุหลักของสิว เพราะสิวเป็นภาวะที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง
รูทีนพื้นฐานสำหรับผิววัยรุ่น
ไม่จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก รูทีนพื้นฐานอาจประกอบด้วย
ตอนเช้า
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอ่อนโยน
มอยส์เจอไรเซอร์สูตรไม่อุดตัน
ครีมกันแดดที่เหมาะกับผิว
ตอนเย็น
เช็ดเครื่องสำอางหรือครีมกันแดดออกให้สะอาด
ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
ใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำ
ทามอยส์เจอไรเซอร์เมื่อผิวแห้ง
American Academy of Dermatology แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขน American Academy of Dermatology
ควรพบแพทย์เมื่อใด?
ควรปรึกษาแพทย์หรือแพทย์ผิวหนังเมื่อพบว่า
สิวเป็นก้อนลึก บวมแดง หรือเจ็บมาก
เริ่มมีหลุมสิว แผลเป็น หรือรอยจำนวนมาก
ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างเหมาะสมแล้วอาการไม่ดีขึ้น
สิวขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ
มีประจำเดือนผิดปกติ ขนขึ้นมาก หรือน้ำหนักเปลี่ยนร่วมด้วย
ผื่นมีอาการคัน แสบ หรือลอกมาก ซึ่งอาจไม่ใช่สิว
สิวทำให้ขาดความมั่นใจ ไม่อยากเข้าสังคม หรือกระทบสุขภาพจิต
สิวไม่ใช่ผลจากความสกปรกหรือความผิดของผู้ที่เป็น การดูแลอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์เท่าที่จำเป็น และรักษาให้เหมาะกับชนิดของสิว จะช่วยลดการระคายเคือง ป้องกันรอย และลดโอกาสเกิดแผลเป็นได้ดีกว่าการพยายามเร่งให้สิวหายในเวลาอันสั้น




