ในแต่ละวัน หลายคนต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงาน การเรียน ปัญหาการเงิน ความสัมพันธ์ รวมถึงข่าวสารและเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัว เมื่อความเครียดสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยล้า หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ หรือรู้สึกไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ
หนึ่งในวิธีผ่อนคลายที่ทำได้ง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์ คือ “การหัวเราะ” เพราะนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีแล้ว เสียงหัวเราะยังอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับความเครียด
งานวิจัยทบทวนและวิเคราะห์อภิมาน ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยหลายฉบับ พบว่า การหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติอาจสัมพันธ์กับการลดลงของระดับคอร์ติซอลในร่างกาย โดยคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ผลการศึกษาพบแนวโน้มดังกล่าวในระยะสั้น แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเสียงหัวเราะสามารถรักษาความเครียดเรื้อรังหรือโรคทางจิตเวชได้โดยตรง อ้างอิงงานวิจัย
เมื่อคนเราหัวเราะ ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และความตึงตัวของกล้ามเนื้อ หลังจากหัวเราะแล้ว ร่างกายอาจค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกเบาสบายและลดความกังวลลงได้ชั่วคราว
นอกจากนี้ การหัวเราะยังช่วยกระตุ้นอารมณ์เชิงบวก ทำให้มองสถานการณ์ต่าง ๆ ในมุมที่ผ่อนคลายขึ้น การได้หัวเราะร่วมกับคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิด ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อีกทางหนึ่ง
ผู้ที่ต้องการเติมเสียงหัวเราะให้ชีวิตประจำวัน อาจเริ่มจากการดูรายการตลกหรือคลิปที่สร้างความสุข อ่านเรื่องขำขัน พูดคุยกับเพื่อนที่ทำให้รู้สึกสบายใจ เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือทำกิจกรรมที่ชื่นชอบร่วมกับคนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเนื้อหาที่ไม่ล้อเลียน เหยียดหยาม หรือสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เพราะอารมณ์ขันที่ดีควรทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกสบายใจ
แม้เสียงหัวเราะจะเป็นตัวช่วยจัดการความเครียดได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรใช้แทนการรักษาหรือการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีความเครียดต่อเนื่อง นอนไม่หลับ ใจหดหู่ วิตกกังวลมาก หรืออาการเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือนักวิชาชีพด้านสุขภาพจิต
การหัวเราะจึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการดูแลใจในแต่ละวัน ลองแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พัก พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ และทำสิ่งที่ช่วยเติมพลังใจ เพราะการดูแลสุขภาพที่ดีควรให้ความสำคัญทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน
แหล่งข้อมูล: Mayo Clinic




