สุชาติ เตือน สนธิ ปมปลุกม็อบลงถนน ชี้ทำลายเศรษฐกิจ-ยันไร้สัมพันธ์ลึกทนายดัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองกรณีที่มีอดีตแกนนำมวลชนประกาศเตรียมระดมพลชุมนุมใหญ่ โดยระบุว่าประเทศไทยใช้เวลากว่า 20 ปีในการก้าวผ่านความขัดแย้งและเพิ่งมีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในอดีต การย้อนกลับไปใช้แนวทางลงถนนอาจเป็นการพาประเทศกลับไปสู่วงจรเดิมที่เคยบอบช้ำ ซึ่งประชาชนควรเป็นผู้พิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ เน้นย้ำว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนที่กำลังฟื้นตัว โดยเปรียบเทียบว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ให้เข้ามาสร้างเม็ดเงินในประเทศ หากเกิดความวุ่นวายขึ้นจะทำให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า พร้อมเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวในสมัยที่เป็น สส. ยุคที่มีการชุมนุมรุนแรงจนต้องนอนเฝ้าสภาและอยู่อย่างระแวง ซึ่งเป็นสภาพที่บั่นทอนสมาธิการทำงานและไม่ส่งผลดีต่อประเทศชาติ จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานตามวาระ เพราะการเปลี่ยนรัฐบาลหรือเลือกตั้งบ่อยเกินไปไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ นายสุชาติยังได้ชี้แจงถึงประเด็นความเกี่ยวข้องกับ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความที่มีข่าวอื้อฉาวเรื่องการใช้ความรุนแรง โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่านายณัฐวุฒิไม่ใช่ที่ปรึกษาส่วนตัว แต่เป็นเพียงทนายความที่เคยว่าจ้างให้ทำคดีเป็นรายครั้งในอดีตและงานดังกล่าวได้จบลงตามวาระไปนานแล้ว ซึ่งตนเองไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และเห็นว่าเรื่องของวุฒิภาวะเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ไม่สามารถไปบังคับหรือห้ามปรามใครได้ เมื่อเกิดความไม่สบายใจในสังคมจึงได้สั่งยุติความเกี่ยวข้องในทันทีเพื่อความโปร่งใส
ทั้งนี้นายสุชาติทิ้งท้ายว่า ในระบอบประชาธิปไตยอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนทั้งประเทศมารักหรือเห็นด้วยกับรัฐบาลทั้งหมด แต่ต้องเคารพเสียงข้างมากและให้เวลาบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลยืนยันว่าทำงานอย่างเต็มที่ในทุกกระทรวงและไม่ได้มีประเด็นทุจริตร้ายแรงที่เป็นเหตุให้ต้องออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่จะทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ




