อุทยานแห่งชาติกุยบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เผยภาพโขลงช้างป่าขนาดใหญ่ พร้อมแม่ช้างและลูกช้างหลายตัว ออกเดินหากินตามธรรมชาติภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ภาพดังกล่าวถูกบันทึกโดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและนักท่องเที่ยว และถูกนำมาเผยแพร่ในฐานะอีกหนึ่งภาพสะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่ากุยบุรี ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหลายชนิด
นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ระบุว่า การพบแม่ช้างพาลูกช้างรุ่นใหม่ออกหากินในพื้นที่ เป็นสัญญาณที่ดีจากการบริหารจัดการพื้นที่ป่า ทั้งการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ Smart Patrol การสร้างแนวกันชนระหว่างชุมชนกับพื้นที่ป่า การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการจัดทำโป่งเทียม เพื่อให้สัตว์ป่ามีแหล่งอาหาร น้ำ และแร่ธาตุเพียงพอ
อุทยานฯ ระบุว่า การที่โขลงช้างสามารถออกหากินพร้อมลูกช้างได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับผลการติดตามประชากรช้างในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสะท้อนว่าพื้นที่ยังสามารถรองรับการดำรงชีวิตของช้างป่าได้ดี ขณะเดียวกัน ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และประชาชนรอบผืนป่า มีส่วนสำคัญต่อการลดภัยคุกคามและเฝ้าระวังปัญหาที่อาจกระทบสัตว์ป่า พร้อมตั้งเป้าให้กุยบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าในระยะยาว
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอสามร้อยยอด อำเภอปราณบุรี อำเภอกุยบุรี และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ รวมพื้นที่มากกว่า 900 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เชื่อมต่อกับแนวเทือกเขาตะนาวศรี และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก
นอกจากช้างป่า พื้นที่กุยบุรียังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าหายากอีกหลายชนิด ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าฝั่งตะวันตกของประเทศ จากการติดตามของเจ้าหน้าที่ พบว่าโขลงช้างมีความคุ้นเคยกับพื้นที่และออกหากินในบริเวณที่กำหนดไว้สำหรับการศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยวบ่อยขึ้น อุทยานฯ จึงเดินหน้าควบคุมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้การเข้าชมสัตว์ป่ารบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติ พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว งดส่งเสียงดัง งดใช้แฟลชถ่ายภาพ และรักษาระยะห่างจากสัตว์ป่า ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เป้าหมายคือรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สัตว์ป่า การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้กับชุมชนรอบพื้นที่ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งคนและสัตว์ป่า






