วันที่ 5 ก.ย.69 - พรรคประชาธิปัตย์เปิดข้อกังวลต่อโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ 3 เรื่อง ทั้ง TH-AI Passport, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนรายละเอียดและสร้างความชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิประชาชน บรรยากาศการลงทุน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน  ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จากการทดสอบพบประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลชี้แจง 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพและความทันสมัยของเทคโนโลยี การกำกับดูแลข้อมูลและความเป็นส่วนตัว รวมถึงกระบวนการดำเนินโครงการในระยะต่อไป

Article Image

Advertisement

พรรคยังตั้งข้อสังเกตถึงเป้าหมายการผลักดันยอดลงทะเบียนให้ครบ 5 ล้านคนผ่านหน่วยงานภาครัฐ และต้องการให้มีหลักเกณฑ์วัดผลที่สามารถตรวจสอบได้ว่า จำนวนผู้ลงทะเบียนนำไปสู่การใช้งานจริงและสร้างความคุ้มค่าให้กับงบประมาณหรือไม่  ดร.การดีเตรียมนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องให้เปิดเผยกลไกธรรมาภิบาลข้อมูล รวมถึงจัดทำตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการให้ชัดเจน

อีกประเด็นที่ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์หยิบยกขึ้นมา คือการขยายตัวของ Data Center ขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านพระราม 9  พรรคตั้งข้อกังวลถึงผลกระทบต่อพื้นที่เมือง ทั้งความร้อน เสียง ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง การจัดเก็บเชื้อเพลิง รวมถึงผลตอบแทนด้านการจ้างงานและเศรษฐกิจที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับ  ข้อเสนอของพรรคคือ ควรพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง Data Center ขนาดใหญ่ และส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มากขึ้น  พร้อมเสนอแนวทางรองรับการลงทุน 6 ด้าน รวมถึงการจัดเก็บรายได้ให้ท้องถิ่น การตั้งกองทุนเพื่อดูแลและฟื้นฟูชุมชน ตลอดจนสร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบผลกระทบจากอุตสาหกรรม  นอกจากนี้ยังเสนอแพลตฟอร์ม “จับตาอุตสาหกรรม” เพื่อเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การลักลอบปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ด EEC เร่งเจรจาหาข้อยุติกับเอกชน หลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการตามสัญญา  พรรคมองว่า เรื่องดังกล่าวต้องได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อโครงการเชื่อมต่อระบบราง โดยเฉพาะการให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งเป็นระบบขนส่งสำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงการรถไฟทางคู่ช่วง หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ไปสู่ระบบรถไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระบบรางกับประเทศมาเลเซีย และรองรับการเดินทางกับการค้าชายแดนในระยะยาว