ครม.สัญจรสงขลา อนุทิน สั่ง อัดงบเร่งด่วน 142 ล้านแก้จุดเสี่ยงน้ำท่วม ไฟเขียว! รถไฟทางคู่เฟส 2 ลงใต้ เดินทางฉลุยถึงปาดังเบซาร์  และเดินหน้าสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา บูสต์เศรษฐกิจเต็มสูบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) ณ จังหวัดสงขลา ถึงแนวทางการขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (สงขลา, สตูล, ยะลา, นราธิวาส และปัตตานี) โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลพร้อมปลดล็อกทุกข้อจำกัดเพื่อดึงศักยภาพพื้นที่ออกมาอย่างสูงสุดใน 4 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยมุ่งหวังให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนจากภายในพื้นที่เอง พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งพิจารณามาตรการภาษีและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วย SMEs รวมถึงสั่งการกระทรวงคมนาคมขุดลอกร่องน้ำปัตตานีและสงขลาเพื่อรองรับการค้าทางน้ำ และเตรียมหารือมาเลเซียเพื่อคุ้มครองแรงงานไทยอย่างเป็นธรรม

Advertisement

นายกฯ เปิดเผยต่อว่า ครม.ยังได้อนุมัติปรับเปลี่ยนระบบการเยียวยาภัยพิบัติครั้งใหญ่ โดยเห็นชอบในหลักการให้เปลี่ยนจากการรอรับเงินเยียวยาแบบเดิม ไปสู่ "ระบบประกันภัยสำหรับครัวเรือน" ซึ่งจะครอบคลุมที่อยู่อาศัยกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินชดเชยที่รวดเร็วและมียอดเงินที่สูงกว่าระบบเดิมเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน 142 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ควนลัง และก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี รวมถึงโครงการแก้มลิงคลองเรียนเพื่อป้องกันอุทกภัยอย่างเป็นระบบ

ในด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดน รัฐบาลเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มความคล่องตัวในการคัดกรองบุคคลที่จุดผ่านแดน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด "รัฐทำงานร่วมกับประชาชน" ขณะเดียวกันยังได้เดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อเชื่อมต่อภูมิภาคอย่างยั่งยืน ด้วยการอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ใน 3 ช่วงหลัก ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งระบบรางให้สมบูรณ์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-มาเลเซียให้ไร้รอยต่อ

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม. ยังร่วมเป็นสักขีพยานในการเริ่มดำเนินโครงการสำคัญอย่างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ทางการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม โดยนายอนุทินระบุทิ้งท้ายว่าเป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงแค่การนำงบประมาณลงไปในพื้นที่ แต่คือการสร้างกลไกที่ทำให้ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยในทรัพย์สิน และสามารถใช้ศักยภาพทางทรัพยากรที่มีอยู่สร้างรายได้เข้าสู่พื้นที่ได้อย่างมั่นคงและมั่งคั่ง