กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนเตรียมรับมือฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน 2569 โดยหลายพื้นที่ของประเทศไทยตอนบนมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่พื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
สาเหตุสำคัญมาจาก ร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เชื่อมเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและด้านตะวันออกของภาค รวมถึงภาคตะวันออก ซึ่งมีโอกาสรับฝนสะสมในปริมาณมาก
สำหรับพยากรณ์อากาศวันที่ 29 สิงหาคม ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนร้อยละ 70 และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะ บึงกาฬและนครพนม
ภาคกลางมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออกมีฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง และจันทบุรี ขณะที่ จังหวัดตราด มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากบางพื้นที่
ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลวันนี้มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 33–35 องศาเซลเซียส และมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุม
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องและฝนสะสมอาจส่งผลให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน รวมถึงจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จึงควรวางแผนเส้นทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง
อีกจุดที่ต้องระวังคือสถานการณ์คลื่นลมในทะเล โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และให้ เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งในช่วงนี้
ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงวันที่ 29 สิงหาคม–2 กันยายน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำป่า และพื้นที่ริมลำน้ำ เพราะระดับความเสี่ยงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่








