วันที่ 27 ส.ค.69 - เกิดเหตุน้ำป่าฉับพลันครั้งรุนแรงในพื้นที่ชายแดนระหว่างเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 160 ราย ขณะที่ประชาชน นักท่องเที่ยว คนงาน และเจ้าหน้าที่อีกหลายร้อยคนยังสูญหาย หลังมวลน้ำมหาศาลไหลทะลักผ่านหุบเขา กวาดบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานเสียหายเป็นวงกว้าง
ตำรวจเนปาลรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 157 ราย ส่วนสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนรายงานว่า ในเขตจี๋หลง หรือ Gyirong County ของทิเบต ใกล้ชายแดนเนปาล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และสูญหาย 265 คน
ภาพจากโดรนเผยให้เห็นถนนหลายสายถูกกระแสน้ำตัดขาด อาคารจำนวนมากถูกโคลนและเศษซากทับถม รถยนต์จมอยู่ใต้ดินโคลน ขณะที่บางพื้นที่มีเศษวัสดุติดค้างตามต้นไม้และสายไฟ สะท้อนความรุนแรงของมวลน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่อย่างรวดเร็ว จนประชาชนแทบไม่มีเวลาอพยพ
พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักรวมถึงเขต นูวาโกต และ ราซูวา ของเนปาล ซึ่งอยู่ติดกับทิเบต โดยเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า มีผู้สูญหาย 403 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 341 คน ผู้สูญหายชาวต่างชาติส่วนหนึ่งเป็นนักแสวงบุญที่กำลังเดินทางไปยัง เขาไกรลาส หรือ Mount Kailash ในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของศาสนาฮินดู โดยมีชาวอินเดียสูญหาย 133 คน สหรัฐฯ 47 คน ออสเตรเลีย 34 คน อังกฤษ 33 คน และแคนาดา 24 คน นอกจากนี้ ยังมีชาวเนปาลอย่างน้อย 62 คนสูญหายในบริเวณทะเลสาบ Gosaikunda ในเขต Rasuwa ซึ่งขณะเกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าพื้นที่เนื่องในเทศกาล Janai Purnima
ตำรวจเนปาลยังรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 28 นายสูญหาย ขณะที่ทางการประกาศเตือนประชาชนในหลายเขตให้อยู่ห่างจากแม่น้ำ Trishuli, Bhotekoshi และ Narayani เนื่องจากระดับน้ำยังอยู่ในภาวะอันตราย
ความเสียหายด้านโครงสร้างพื้นฐานมีรายงานว่า สะพานอย่างน้อย 19 แห่ง ถูกกระแสน้ำพัดพัง รวมถึงถนนเกือบ 40 กิโลเมตร นอกจากนี้น้ำจากแม่น้ำ Bhotekoshi ยังสร้างความเสียหายต่อหลายหมู่บ้านและโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ รัฐบาลเนปาลร้องขอความช่วยเหลือด้านการค้นหาและกู้ภัยจากทั้งจีนและอินเดีย ขณะที่หลายประเทศกำลังประสานติดตามพลเมืองของตนเองที่อาจอยู่ในพื้นที่ประสบภัย
เกาหลีใต้ระบุว่า มีพลเมือง 9 คน ซึ่งทำงานในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาลอยู่ในกลุ่มผู้สูญหาย ส่วนมาเลเซียกำลังตรวจสอบรายงานว่าพลเมือง 11 คนขาดการติดต่อ และสถานทูตรัสเซียในเนปาลระบุว่ามีชาวรัสเซีย 4 คนสูญหายในพื้นที่ ด้านอินเดียประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาล ขณะที่หน่วยงานของสหประชาชาติเตรียมเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากคาดว่าความต้องการด้านมนุษยธรรมในพื้นที่จะมีจำนวนมาก
สาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก ศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาพื้นที่ภูเขาแบบบูรณาการ หรือ ไอซีมอด International Centre for Integrated Mountain Development (ICIMOD) ในกรุงกาฐมาณฑุ ประเมินเบื้องต้นว่า อาจเกิดจากการถล่มของมวลน้ำแข็งและหินจากธารน้ำแข็ง ก่อนปิดกั้นทางน้ำและแตกออกจนปล่อยมวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างฉับพลัน
ข้อมูลทางอุทกวิทยาพบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำ Trishuli บางจุดเพิ่มสูงถึงประมาณ 9 เมตรภายในเวลาเพียง 30 นาที สะท้อนถึงความเร็วและความรุนแรงผิดปกติของมวลน้ำ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม่น้ำ Lhende Khola ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำ Bhotekoshi เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เกิดน้ำหลากรุนแรง และเคยเกิดเหตุในลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้วถึงสองครั้งภายในช่วง 14 เดือน เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน พื้นที่เดียวกันเคยเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังทะเลสาบธารน้ำแข็งในทิเบตเอ่อล้นจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงสะพานเชื่อมระหว่างเนปาลกับจีนได้รับความเสียหาย
พื้นที่เทือกเขาหิมาลัยถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเปราะบางต่อฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และการละลายของธารน้ำแข็ง นักวิจัยพบว่าอัตราการสูญเสียน้ำแข็งในภูมิภาค Hindu Kush Himalaya เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการละลายเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2000 ท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น
ขณะนี้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังดำเนินต่อไป และจำนวนผู้เสียชีวิตหรือสูญหายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลจากทางการ
Cr.AP












