วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตรงกับวันสารทจีน หรือวันที่ 15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ลูกหลานจะจัดเตรียมอาหาร ขนม ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ และแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ  ในภาษาจีน เทศกาลนี้เรียกว่า “จงหยวนเจี๋ย” และมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อดั้งเดิมว่า ช่วงเดือน 7 ตามปฏิทินจีนเป็นช่วงเวลาที่ดวงวิญญาณสามารถกลับมาเยือนโลกมนุษย์ได้ จึงเกิดธรรมเนียมการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ รวมถึงการจัดอาหารสำหรับวิญญาณไร้ญาติหรือสัมภเวสีในบางครอบครัวและชุมชน

รูปภาพบทความ

Advertise

หัวใจของสารทจีนจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนของไหว้หรือความหรูหราของโต๊ะอาหาร แต่อยู่ที่การรำลึกถึงรากเหง้าของครอบครัว ความกตัญญู และการส่งต่อธรรมเนียมจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง  สำหรับของไหว้ในแต่ละครอบครัวอาจแตกต่างกันตามถิ่นกำเนิดและธรรมเนียมที่สืบทอดมา แต่ส่วนใหญ่มักประกอบด้วยอาหารคาว ขนม ผลไม้ น้ำชา หรือเครื่องดื่ม รวมถึงกระดาษเงินกระดาษทองตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว  อาหารที่พบได้บ่อย เช่น ไก่ หมู เป็ด ปลา หรือกับข้าวที่บรรพบุรุษเคยชอบ ส่วนผลไม้มักเลือกชนิดที่มีความหมายเป็นมงคล และขนมไหว้ก็มีความหมายแตกต่างกันไปตามชื่อ รูปร่าง และความเชื่อที่สืบต่อกันมา

รูปภาพบทความ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายครอบครัวปรับรูปแบบการไหว้ให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก พื้นที่อยู่อาศัย และวิถีชีวิต ไม่จำเป็นต้องจัดของจำนวนมาก ขอเพียงยึดเจตนาของการรำลึกและแสดงความกตัญญูเป็นสำคัญ ธรรมเนียมที่พบโดยทั่วไปมักแบ่งการไหว้ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ไหว้เจ้าที่ เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว
ไหว้บรรพบุรุษ เป็นส่วนสำคัญของวันสารทจีน ลูกหลานจะนำอาหารและของไหว้มาจัดบนโต๊ะ พร้อมรำลึกถึงญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับ
ไหว้วิญญาณไร้ญาติ บางครอบครัวจะจัดของไหว้ไว้นอกบ้าน เพื่อแบ่งปันอาหารให้แก่ดวงวิญญาณที่ไม่มีญาติทำบุญหรือเซ่นไหว้ให้

รูปภาพบทความ

รูปแบบและช่วงเวลาในการไหว้อาจแตกต่างกันในแต่ละครอบครัว จึงไม่จำเป็นต้องยึดเวลาเดียวกันทั้งหมด โดยควรให้ความสำคัญกับธรรมเนียมของครอบครัวเป็นหลัก  แม้รูปแบบชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่สารทจีนยังคงมีความหมายสำหรับหลายครอบครัว เพราะเป็นวันที่สมาชิกได้กลับมาพบกัน ทำอาหารร่วมกัน และบอกเล่าเรื่องราวของคนรุ่นก่อนให้ลูกหลานได้รับรู้

สำหรับคนรุ่นใหม่ การร่วมพิธีอาจไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำทุกขั้นตอนเหมือนในอดีต แต่สามารถเป็นโอกาสในการเรียนรู้ประวัติครอบครัว รู้ว่าบรรพบุรุษมาจากไหน และเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังธรรมเนียมที่ทำต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

รูปภาพบทความ

นั่นทำให้ “สารทจีน” ไม่ได้มีเพียงมิติของความเชื่อ แต่ยังเป็นวัฒนธรรมครอบครัวที่ช่วยเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน  วันที่ 27 สิงหาคม 2569 จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่หลายครอบครัวไทยเชื้อสายจีนจะกลับมารวมตัวกันหน้าโต๊ะไหว้ เพื่อกล่าวถึงคนที่จากไป และส่งต่อคำว่า “กตัญญู” ให้ยังคงอยู่ในครอบครัวต่อไป