มหากาพย์คดีอื้อฉาวสั่นสะเทือนกระบวนการยุติธรรมเกาหลีใต้ เริ่มต้นขึ้นจากกรณีการสูญหายของ นางสาวจาง มี-รัน วัย 37 ปี ซึ่งขาดการติดต่อนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 บนเกาะเชจู ญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้าแจ้งความคนหายต่อสถานีตำรวจเชจูตะวันตกเพื่อขอให้ช่วยสืบหาตัว ทว่า นายตำรวจยศจ่า (นายบู) ผู้รับผิดชอบคดี กลับไม่ดำเนินการสืบสวนค้นหาตามขั้นตอน และทำการลงข้อมูลเท็จในระบบสารสนเทศตำรวจว่า ได้ติดต่อพูดคุยกับผู้สูญหายแล้ว โดยอ้างว่าเจ้าตัวปลอดภัยดีและไม่ประสงค์ให้เปิดเผยสถานที่อยู่ พร้อมสั่งปิดคดีในระบบและลบข้อมูลการค้นหาออกทันที

24일 제주시 한림읍에서 수개월 전 실종됐던 장미란씨의 시신이 발견됐다. 경찰이 시신이 발견된 수원리의 야자수 농장의 출입을 통제하고 있는 모습. 〈사진=연합뉴스〉


ชะตากรรมของผู้สูญหายและครอบครัวต้องเผชิญกับความมืดแปดด้าน เมื่อตำรวจระงับการค้นหา ทำให้ญาติและคนใกล้ชิดต้องออกติดตามหาตัวกันเองด้วยความสิ้นหวัง จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไปนานถึง 104 วัน ครอบครัวกลับเป็นผู้พบร่างไร้วิญญาณของเธอถูกทิ้งไว้ในฟาร์มปาล์ม ห่างจากจุดที่พักเพียง 400 เมตร การพบศพดังกล่าวนำไปสู่การตรวจสอบประวัติการสื่อสารของนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งปรากฏชัดเจนว่าไม่มีประวัติการโทรศัพท์หรือติดต่อหาผู้สูญหายตามที่กล่าวอ้างแม้แต่ครั้งเดียว

รูปภาพบทความ

Advertise

การเปิดแผลสืบสวนเชิงลึกยิ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่สังคมเกาหลีใต้ เมื่อพบว่านายตำรวจรายเดียวกันนี้ใช้วิธีปิดคดีเท็จในลักษณะเดียวกันกับคดีชายวัย 60 ปีที่ถูกแจ้งหายในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่อมาพบเสียชีวิตในลักษณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ในช่วงเวลา 1 ปี 5 เดือนที่ปฏิบัติงาน นายตำรวจนายนี้แอบสั่งปิดคดีรับแจ้งคนหายไปมากถึง 298 คดี เหตุการณ์ยิ่งทวีความโกรธแค้นเมื่อสื่อมวลชนเผยแพร่คลิปวิดีโอสะเทือนใจ ขณะญาติผู้เสียชีวิตร้องไห้โฮและวิ่งตามรถของตำรวจเจ้าของคดีเพื่อเค้นหาความจริง ท่ามกลางคำถามจากนักข่าวว่า "ไม่รู้สึกผิดหรือคิดจะขอโทษบ้างหรือ" แต่นายตำรวจคนดังกล่าวกระทำเพียงการหลบขึ้นรถและปิดประตูใส่

สถานการณ์ปัจจุบันได้ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตความศรัทธาครั้งใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (KNPA) ล่าสุด รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ออกมาแถลงขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการ พร้อมสั่งพักงานและย้ายนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของสถานีตำรวจเชจูตะวันตกรวม 4 นาย ออกจากตำแหน่งทันที ขณะที่นายตำรวจผู้ก่อเหตุถูกตั้งข้อหาหนัก ทั้งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปลอมแปลงและใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทางราชการเท็จ

นอกจากนี้ คดีดังกล่าวยังส่งผลสะเทือนในระดับนโยบาย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งยกเครื่องระบบ verification คดีคนหายใหม่ทั้งหมด พร้อมสั่งรื้อรอยสืบสวนและตรวจสอบประวัติคดีคนหายที่ถูกสั่งปิดไปแล้วทั่วประเทศย้อนหลังหลายแสนคดี ทั้งในกรุงโซล ปูซาน และเมืองใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมจากการทำงานมักง่ายของเจ้าหน้าที่ซ้ำรอยอีก

Credit : JTBC / MBC