กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความภาคภูมิใจของวงการกีฬาไทย เมื่อ “สายเนตร ศรีสมพงษ์” อดีตนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ระเบิดฟอร์มในศึกกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์โลก 2026 เฉือนเอาชนะตัวเต็งจากเยอรมนีเพียง 0.03 เมตร หรือแค่ 3 เซนติเมตร ก่อนปล่อยโฮด้วยความดีใจ หลังปลดล็อกคว้าเหรียญทองระดับโลกได้สำเร็จ

การแข่งขัน World Masters Athletics Championships Daegu 2026 จัดขึ้นที่เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม–3 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยส่งทัพนักกรีฑาผู้สูงอายุเข้าร่วมการแข่งขันรวม 48 คน

Advertise

ไฮไลต์สำคัญในการแข่งขันวันที่ 25 สิงหาคม อยู่ที่ประเภท ทุ่มน้ำหนักหญิง รุ่นอายุ 50 ปี ซึ่งมีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 19 คน โดย สายเนตร ศรีสมพงษ์ ดีกรี 3 เหรียญทองจากกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์เอเชีย 2025 ลงแข่งขันเป็นรายการที่ 3 ของตัวเอง หลังจากก่อนหน้านี้ทำอันดับ 5 ได้ทั้งประเภทขว้างค้อนและขว้างจักร

ครั้งนี้ สายเนตร ต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในตัวเต็งอย่าง เจนเนตต์ เดนซ์ จากเยอรมนี และการลุ้นเหรียญทองเป็นไปอย่างสูสีถึงที่สุด

รูปภาพบทความ

จากการทุ่มทั้งหมด 6 ครั้ง สายเนตรทำระยะดีที่สุดได้ 13.39 เมตร ขณะที่คู่แข่งจากเยอรมนีทำได้ 13.36 เมตร ส่งผลให้นักกีฬาไทยเฉือนชนะไปเพียง 0.03 เมตร คว้าเหรียญทองและตำแหน่งแชมป์โลกมาครองอย่างสุดระทึก

หลังผลการแข่งขันชัดเจน สายเนตรถึงกับ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ หลังความพยายามและการฝึกซ้อมนำมาสู่ความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับโลก

ส่วนเหรียญทองแดงตกเป็นของ มาร์ติน่า เกรทธานเนอร์ จากเยอรมนี ด้วยสถิติ 12.85 เมตร

รูปภาพบทความ

สำหรับทัพกรีฑาผู้สูงอายุไทย ก่อนหน้านี้นักกีฬาบางส่วนได้เดินทางไปแข่งขันล่วงหน้าและสามารถทำผลงานคว้ามาแล้ว 1 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง โดยหนึ่งในผลงานโดดเด่นเป็นของ สมสง่า ที่ทำลายทั้งสถิติโลกและสถิติการแข่งขันชิงแชมป์

ด้าน นายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส ประธานสหพันธ์กรีฑาสูงอายุแห่งเอเชีย (AMA) และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬากรีฑาสูงอายุไทย ระบุว่า การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งนี้มีระบบและมาตรฐานการแข่งขันที่ดีขึ้น พร้อมชื่นชมนักกีฬาไทยที่หลายคนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและแข่งขันด้วยตัวเอง เนื่องจากสมาคมฯ ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ทุกคนยังมุ่งมั่นเดินทางไปสร้างผลงานให้ประเทศไทย

รูปภาพบทความ

ขณะเดียวกัน นักกีฬาชุดใหญ่ของไทยได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังเกาหลีใต้เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคม โดยในคณะยังมี สว่าง จันทรพราหมณ์ นักกรีฑาอาวุโสวัยย่าง 107 ปี ร่วมเดินทางไปแข่งขันด้วย

ชัยชนะของสายเนตรจึงไม่ใช่เพียงเหรียญทองอีกหนึ่งเหรียญของทัพไทย แต่เป็นชัยชนะที่ตัดสินกันด้วยระยะห่างเพียง 3 เซนติเมตร และกลายเป็นหนึ่งในภาพความทรงจำของนักกีฬาไทยบนเวทีชิงแชมป์โลกครั้งนี้