ช้างศึกยังไม่ยอมยกธงขาว! ทีมชาติไทยออกเดินทางสู่ประเทศเวียดนาม เตรียมทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 โดยมีภารกิจใหญ่ในการพลิกสถานการณ์ หลังเกมแรกพ่ายทีมชาติเวียดนาม 0-2 ขณะที่ “แอนโธนี ฮัดสัน” ยืนยันทุกคนยังเชื่อมั่น พร้อมประกาศชัด การเดินทางครั้งนี้ “ไม่ได้ไปเที่ยว” แต่ต้องการทำงานให้สำเร็จ

ความเคลื่อนไหวของฟุตบอลชายทีมชาติไทย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทัพ “ช้างศึก” เตรียมออกเดินทางสู่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 หรือ ASEAN Cup 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 พบกับทีมชาติเวียดนาม

Advertise

สถานการณ์ของทีมชาติไทยตกเป็นฝ่ายตามหลัง หลังนัดชิงชนะเลิศเกมแรกพ่ายเวียดนาม 0-2 ทำให้นัดที่สองกลายเป็นเกมที่ช้างศึกต้องเปิดเกมสู้เพื่อพลิกสถานการณ์ โดยการเดินทางครั้งนี้นำทัพโดย แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมนักเตะ 25 คน

รูปภาพบทความ

ก่อนออกเดินทาง ฮัดสัน เปิดเผยถึงสภาพความพร้อมว่า หลังจบเกมแรก ทีมได้แบ่งโปรแกรมฝึกซ้อมตามสภาพร่างกาย ผู้เล่นที่ลงสนามได้รับการฟื้นฟู ส่วนผู้เล่นที่ไม่ได้ลงสนามฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ และช่วงเช้าก่อนเดินทางยังมีการซ้อมเพื่อเก็บรายละเอียดในพื้นที่สุดท้าย

เป้าหมายสำคัญหลังเดินทางถึงเวียดนาม คือการทำให้นักเตะมีสภาพร่างกายสดที่สุด ก่อนลงฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายที่กรุงฮานอย

ฮัดสันยังอธิบายถึงการบริหารทีมตลอดการแข่งขันว่า สถานการณ์ครั้งนี้มีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นช่วงปรีซีซั่นของหลายสโมสร และรายการไม่ได้อยู่ในช่วงฟีฟ่า เดย์ การแข่งขัน 6-7 เกมที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เพียงการ “ลองทีม” แต่เป็นทั้งการสร้างแมตช์ฟิต พัฒนาความฟิต และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่

รูปภาพบทความ

สำหรับภารกิจพลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 0-2 กุนซือช้างศึกยืนยันว่า ทั้งตัวเขา ทีมงาน และนักฟุตบอลยังคงมีความเชื่อมั่น โดยมองว่าเกมแรกไทยสามารถสร้างโอกาสทำประตูได้ เพียงแต่ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นสกอร์

หนึ่งในสิ่งที่สะท้อนถึงโอกาสของไทย คือผู้รักษาประตูเวียดนามได้รับเลือกเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมแรก ซึ่งฮัดสันมองว่าเป็นเครื่องยืนยันว่าไทยสามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้

“ทุกคนยังมีความเชื่อมั่นในการไปเยือนเวียดนาม” ฮัดสันระบุ พร้อมย้ำว่าเป้าหมายคือเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด และสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นในเกมตัดสิน

กุนซือทีมชาติไทยยังเปรียบเทียบสถานการณ์ครั้งนี้กับเกมพบเติร์กเมนิสถานว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน เนื่องจากครั้งนั้นอยู่ในช่วงฟีฟ่า เดย์ และนักเตะกำลังแข่งขันระหว่างฤดูกาล ทำให้สามารถเลือกผู้เล่นได้มากกว่า ต่างจาก ASEAN Cup ครั้งนี้ที่ไม่ได้อยู่ในฟีฟ่า เดย์ และนักเตะหลายคนอยู่ในช่วงปรีซีซั่น

ฮัดสันจึงกล่าวขอบคุณทั้งสโมสรและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้ความร่วมมือ พร้อมยอมรับว่าในช่วงแรกแทบไม่มีผู้เล่นให้เลือกมากนัก และหลายฝ่ายอาจไม่ได้คาดหวังว่าทีมชุดนี้จะสามารถเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้

ก่อนทิ้งประโยคสำคัญถึงภารกิจที่ฮานอยว่า

“เมื่อไปถึงเวียดนาม เราไม่ได้มองว่าเราไปเที่ยว เราต้องการทำงานให้ดีและสำเร็จลุล่วง”

ด้าน เจะฮานาฟี มามะ กองหน้าทีมชาติไทย ยอมรับว่านัดที่สองเป็นเกมที่ยาก หลังไทยตกเป็นฝ่ายตามจากผลการแข่งขันเลกแรก แต่ทุกคนในทีมกำลังกระตุ้นกันอย่างเต็มที่ โดยเป้าหมายสำคัญคือ ต้องยิงประตูแรกให้เร็วที่สุด เพื่อทำให้รูปเกมเปิดกว้างและเพิ่มโอกาสในการกลับเข้าสู่การแข่งขัน

รูปภาพบทความ

เจะฮานาฟีมองว่า สิ่งที่ทีมไทยต้องระวังคือเกมโต้กลับของเวียดนาม รวมถึงสภาพร่างกายที่ต้องยืนระยะให้ได้ตลอด 90 นาที พร้อมยืนยันว่าบรรยากาศภายในทีมยังเต็มไปด้วยความมั่นใจ รุ่นพี่และรุ่นน้องต่างกระตุ้นกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมชี้ชะตา

กองหน้าช้างศึกยังฝากถึงแฟนฟุตบอลชาวไทยให้ร่วมส่งกำลังใจ โดยเฉพาะแฟนบอลที่สามารถเดินทางเข้าสนามได้ พร้อมขอแรงเชียร์จากผู้ที่ติดตามการถ่ายทอดสดอยู่ในประเทศไทย

ทีมชาติไทยมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เวลาประมาณ 20.20 น. ก่อนลงฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายที่ มีดิ่งห์ สเตเดียม วันที่ 25 สิงหาคม 2569

จากนั้นถึงเวลาตัดสินแชมป์ — เวียดนาม พบ ไทย ในศึก ASEAN Cup 2026 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ มีดิ่งห์ สเตเดียม ประเทศเวียดนาม

หลังตามอยู่สองประตู เส้นทางของช้างศึกไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาดมากนัก แต่ตราบใดที่เสียงนกหวีดสุดท้ายยังไม่ดัง ภารกิจพลิกสถานการณ์ที่ฮานอยก็ยังไม่จบ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ