นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานหลัง พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” ขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและวินิจฉัยว่าคดีความใดบ้างที่เข้าข่ายได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามที่กฎหมายกำหนด

รูปภาพบทความ

Advertise

สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะประกอบไปด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายรัฐบาล, สภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการประจำ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งตามตำแหน่งหน้าที่

รูปภาพบทความ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เฉพาะคดีที่มีข้อสงสัยหรือไม่จึงจะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณา นายภราดรระบุว่า ผู้ที่มีคดีความเกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปี พ.ศ. 2568 นั้น น่าจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการในทุกกรณี โดยหลักเกณฑ์ใหญ่คือคดีที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด หากไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นสำคัญ 3 ข้อ (คดีทุจริต, คดีมาตรา 112 และคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัส) ย่อมเข้าเงื่อนไขได้รับการนิรโทษกรรมทั้งหมด อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนตัวเลขของผู้ที่เข้าข่ายได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมีบางส่วนที่คดียุติหรือพ้นข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้แล้ว