เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญในการนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง สำหรับการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตามฐานความผิดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย

รูปภาพบทความ

Advertise

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ


รูปภาพบทความรูปภาพบทความรูปภาพบทความ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้ระบุข้อยกเว้นชัดเจน โดยไม่นิรโทษกรรมให้แก่:

  • ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

  • ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

  • ความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297

  • ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

นอกจากนี้ ให้จัดตั้ง “คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข” ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่รับเรื่องและวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรม โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติตาม

สำหรับผลทางกฎหมาย ผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมจะพ้นจากความรับผิดทั้งทางอาญาและทางพินัย และไม่ถือว่าเคยต้องคำพิพากษาลงโทษ หากคดีอยู่ในชั้นสอบสวนหรือการพิจารณาของอัยการให้ยุติการดำเนินคดี หากอยู่ในชั้นศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนผู้ที่อยู่ระหว่างรับโทษให้ได้รับการปล่อยตัวทันที พร้อมทั้งให้หน่วยงานรัฐดำเนินการลบหรือแก้ไขประวัติอาชญากรรม และยุติคดีแพ่งในส่วนที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมจะไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลภายนอกหรือเอกชนในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตามกฎหมาย