เมื่อเวลา 11.00 น. วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บูรณาการร่วมกับ กรมการปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ พลตำรวจตรี พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 3 จุด ในเขตเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อปราบปรามเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว

รูปภาพบทความ

Advertise

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่ลักลอบนำเงินเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์และประกอบธุรกิจผิดกฎหมายตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจ โดย DSI ได้รับเรื่องไว้ทำการสอบสวนเป็น คดีพิเศษที่ 135/2569 กรณีบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวก กระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

สำหรับเป้าหมายการตรวจค้น 3 จุด ประกอบด้วย:

  • จุดที่ 1: สำนักงานกฎหมายสากลเคทีอินเตอร์เนชั่นแนล ลอร์แอนด์บิสซิเนส ในเมืองพัทยา ซึ่งมีพฤติการณ์รับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลโดยนำชื่อบุคคลสัญชาติไทยมาถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เบื้องต้นตรวจพบหลักฐานการรับจดทะเบียนให้นิติบุคคลจำนวนมากที่เข้าข่ายความผิด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ

  • จุดที่ 2: บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจคอนโดมิเนียม C ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง มีนาย M สัญชาติอิสราเอล เป็นกรรมการบริษัท และมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นนาย M สัดส่วน 49%, นางสาว บ. (พนักงานสำนักงานกฎหมาย) สัดส่วน 25.5% และ นางสาว ด. สัดส่วน 25.5% ชี้ให้เห็นพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทน โดยบริษัทดังกล่าวมีสินทรัพย์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท

  • จุดที่ 3: บริษัท โลตัส พาราไดซ์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประกอบกิจการโรงแรม SL เมืองพัทยา ซึ่งพบว่ามีความเชื่อมโยงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการกับบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด และเจ้าของสำนักงานกฎหมายแห่งดังกล่าว โดยมีการนำชื่อบุคคลที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนในโรงงานอะลูมิเนียม จ.สมุทรสาคร เข้ามาถือหุ้นแทน รวมสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องมูลค่ากว่าหลายร้อยล้านบาท

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดและอายัดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์และเส้นทางการเงินเชิงลึก โดย DSI จะเร่งรัดสืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายต่อไป