วันที่ 21 ส.ค.69 - สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ หลังทหาร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชุดปฏิบัติการพิเศษด้านไฟป่า หรือ “เสือไฟ” ฝ่ายปกครอง และประชาชนในพื้นที่ ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสกัดไฟที่ลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชนไว้ได้ และล่าสุดไม่พบจุดเกิดไฟใหม่แล้ว

ก่อนหน้านี้ กองทัพภาคที่ 4 โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 จัดกำลังพลกองร้อยช่วยเหลือประชาชน พร้อมรถบรรทุกน้ำ เข้าสนับสนุนสถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเข้าควบคุมแนวไฟบริเวณป่าพรุควนเคร็ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เพลิงเริ่มลุกลามเข้าใกล้ชุมชน  โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ได้ระดมกำลังสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งกำลังพลและรถบรรทุกน้ำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและทรัพย์สิน

ภารกิจครั้งนี้ใช้กำลังทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ สถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อย ชุดเสือไฟจากหลายจังหวัด รวมถึงกำลังจากกองทัพภาคที่ 4 ฝ่ายปกครอง และประชาชนในพื้นที่ เข้าทำแนวกันไฟ ควบคุมจุดความร้อน และดับเชื้อเพลิงที่ยังหลงเหลือ ก่อนหน้านี้กรมอุทยานฯ ได้เสริมชุดเสือไฟและเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ หลังพบไฟป่าหลายจุดในเขตป่าพรุ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจำกัดแนวเพลิงและทยอยดับจุดเกิดไฟได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมตรึงกำลังป้องกันการปะทุซ้ำ  จากการบินสำรวจหลังการปฏิบัติ พบว่าไฟส่วนใหญ่ดับสนิทแล้ว เหลือเพียงเชื้อไฟบางส่วนที่ต้องติดตาม โดยทุกจุดสามารถควบคุมได้และไม่พบแนวไฟใหม่ที่คุกคามบ้านเรือนประชาชน

กรมอุทยานฯ รายงานล่าสุดว่า สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 13–17 สิงหาคม 2569 สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่ากว่า 1,527 ไร่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์จนเข้าสู่ภาวะปกติและไม่พบจุดเกิดไฟใหม่  แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ลดระดับการเฝ้าระวัง เนื่องจากลักษณะเฉพาะของ ป่าพรุ มีชั้นอินทรียวัตถุและเชื้อเพลิงสะสมใต้ผิวดิน ไฟจึงอาจคุกรุ่นอยู่ด้านล่างและกลับมาปะทุได้อีก 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจัดกำลัง ลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบจุดเสี่ยงและพื้นที่ที่เคยเกิดไฟ พร้อมเข้าดำเนินการทันทีหากพบกลุ่มควันหรือสัญญาณการปะทุซ้ำ  ขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังสั่งตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ หากพบหลักฐานการจงใจเผาป่าเพื่อแผ้วถางหรือเข้าครอบครองพื้นที่ จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มการลาดตระเวนป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

ความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของ ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชุดเสือไฟ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชน ที่สามารถหยุดแนวเพลิงก่อนสร้างความเสียหายต่อชุมชน พร้อมเดินหน้าป้องกันการปะทุซ้ำ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและผืนป่าพรุควนเคร็ง

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ

รูปภาพบทความ