“พลพีร์” รมช.มหาดไทย รับจบปัญหาที่ดิน–ที่อยู่อาศัย เครือข่ายสลัม 4 ภาค และ กลุ่ม P-Move ได้ข้อสรุปพอใจทุกฝ่าย เคาะกรอบแก้ปัญหาให้จบภายใน 90 วัน พร้อมขยายพื้นที่ดำเนินการเพิ่ม 56 ชุมชน ครอบคลุม 17 จังหวัด ย้ำปัญหาประชาชนต้องไม่ถูกปล่อยให้ค้างอยู่ในระบบราชการ
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชุมชนในที่สาธารณประโยชน์ ของเครือข่ายสลัม 4 ภาค ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค เข้าร่วมประชุม
นายพลพีร์กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนหลายพื้นที่ยืดเยื้อมานานหลายปี จนประชาชนต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดตามและเรียกร้องสิทธิ กระทรวงมหาดไทยจึงต้องเร่งทำให้กระบวนการแก้ไขเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องรออย่างไร้กำหนด
ที่ประชุมจึงมีมติปรับกรอบการทำงานใหม่ โดยกำหนดให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดประชุมติดตามสถานะที่ดิน ทุก 30 วัน และจังหวัดต้องสรุปผลรายงานกลับมายังคณะกรรมการ ภายใน 60 วัน หากมีปัญหาที่จังหวัดไม่สามารถแก้ไขได้ กรมที่ดินจะลงพื้นที่เข้าแก้ไขเพิ่มเติมภายในอีก 30 วัน ทำให้วางเป้าหมายกระบวนการทั้งหมดไว้ที่ ไม่เกิน 90 วัน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ เพิ่มพื้นที่ดำเนินการอีก 56 ชุมชน ใน 17 จังหวัด และตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเพิ่มเติมอีก 6 จังหวัด รวมทั้งมอบหมายกรมที่ดินรวบรวมปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใช้ที่สาธารณประโยชน์ การขอทะเบียนบ้านชั่วคราว และระบบสาธารณูปโภค ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติพิจารณา เพื่อหาแนวทางขยายผลแก้ปัญหาในระดับประเทศ
นอกจากนี้ ยังเร่งติดตามกรณีพื้นที่บึงลำไผ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งติดขัดด้านขั้นตอนมานานกว่า 2–3 ปี เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาให้ประชาชนโดยเร็ว
นายพลพีร์ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และได้สั่งการให้เร่งแก้ไขเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ปล่อยให้ขั้นตอนทางราชการกลายเป็นอุปสรรคจนประชาชนต้องรอคอยเป็นเวลาหลายปี
ต่อมา นายพลพีร์เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move เพื่อติดตามและเร่งรัดปัญหาเป็นรายพื้นที่
หนึ่งในกรณีสำคัญคือ ชุมชนทับยาง จังหวัดพังงา ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนที่ดินภายใน 60 วัน แต่กระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ นายพลพีร์จึงสั่งให้กรมที่ดินเร่งชี้แจงสาเหตุของความล่าช้าโดยด่วน
ส่วนกรณี ชุมชนไทดำ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์กว่า 1,318 ไร่ ได้สั่งการให้คณะกรรมการระดับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บูรณาการข้อมูลแผนที่จากทุกหน่วยงาน และเจรจากับภาคเอกชนเพื่อหาทางออกร่วมกันโดยเร็วที่สุด
เป้าหมายสำคัญคือเปลี่ยนปัญหาที่ค้างมาหลายปีให้มี “กรอบเวลา” และมีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพราะเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงเรื่องเอกสาร แต่คือความมั่นคงในชีวิตของประชาชน และเป็นโจทย์ที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้เห็นผลจริง 






