นายกฯเผย ออสเตรเลียยังมองไทยเป็นพันธมิตรสำคัญในการปราบอาชญากรรมไซเบอร์–แก๊งสแกมเมอร์ ย้ำรัฐบาลไทยเอาจริงกับขบวนการค้ายาเสพติดทุกรูปแบบ ขณะที่กรณีแอร์สาวไทยถูกจับขนยา ฝ่ายออสเตรเลียไม่ได้มองว่ากระทบชื่อเสียงประเทศไทยในภาพรวม ก่อนนายกฯ เดินทางต่อนิวซีแลนด์ ผลักดันความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” และหารือการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

วันที่ 20 ส.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการว่า ออสเตรเลียยังมองประเทศไทยเป็น พันธมิตรสำคัญในการร่วมรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ แก๊งหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมยืนยันจุดยืนรัฐบาลไทยในการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีพนักงานต้อนรับหญิงชาวไทยถูกจับกุมฐานลักลอบนำยาเสพติดเข้าออสเตรเลียว่า รัฐบาลไทยถือขบวนการค้ายาเสพติดเป็นภัยร้ายแรง และจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด พร้อมสนับสนุนให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งยกระดับมาตรการป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติแล้ว

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้หยิบยกกรณีดังกล่าวหารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยฝ่ายออสเตรเลียมองว่าเป็นกรณีการกระทำผิดกฎหมายของบุคคล และไม่ได้ให้น้ำหนักว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อชื่อเสียงประเทศไทยในภาพรวม ขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย

ความร่วมมือด้านความมั่นคงถือเป็นหนึ่งในผลสำคัญจากการเยือนครั้งนี้ โดยไทยและออสเตรเลียออก แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ยืนยันเพิ่มการประสานงานระหว่างตำรวจ ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยข่าวกรองทางการเงินของทั้งสองประเทศ เป้าหมายสำคัญคือการรับมือ แก๊งสแกมออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกงทางการเงิน การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และยาเสพติด รวมถึงติดตามและยึดทรัพย์ที่ได้จากอาชญากรรม และสกัดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย

แถลงการณ์ยังระบุถึงความร่วมมือระหว่างตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย หรือ AFP กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปง. รวมถึงการสนับสนุนศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของไทย ซึ่งมีส่วนในการจับกุมและทลายศูนย์สแกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ด้านยาเสพติด ทั้งสองประเทศยืนยันเดินหน้าความร่วมมือผ่าน Taskforce Storm ซึ่งจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติและป้องกันไม่ให้ประเทศในภูมิภาคถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด