วันที่ 19 ส.ค.69 - ภาคอุตสาหกรรมไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 90.0 เพิ่มขึ้นจาก 88.2 ในเดือนมิถุนายน แรงหนุนหลักมาจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้า การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าขยับขึ้นเป็น 96.1 แต่ภาคธุรกิจยังจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการการค้าของสหรัฐ และปัญหาหนี้เสีย SMEs ที่อยู่ในระดับสูง

ยอดขาย EV ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 93.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตเร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศตามเงื่อนไขชดเชยการนำเข้า ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง

ด้านการส่งออก สินค้าอุตสาหกรรมหลายกลุ่มยังมีทิศทางขยายตัว โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และส่วนประกอบ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ในตลาดสหรัฐและญี่ปุ่น ประกอบกับการเดินหน้าเจรจาการค้าและการลงทุนกับคู่ค้าสำคัญ ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป และจีน ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้สินค้าไทย

มาตรการภายในประเทศก็มีส่วนช่วยพยุงภาคธุรกิจ ทั้งการลดราคาน้ำมันดีเซลในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม และมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่ง ส.อ.ท. ประเมินว่าช่วยกระตุ้นยอดขาย SMEs โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และเครื่องดื่ม

แม้ตัวเลขความเชื่อมั่นจะดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และต้นทุนการผลิตให้เพิ่มขึ้น พร้อมกระทบการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดตะวันออกกลาง

อีกประเด็นสำคัญคือมาตรการ Section 301 ของสหรัฐ ซึ่ง USTR ประกาศอัตราภาษี 12.5% สำหรับกลุ่มประเทศที่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว โดยมีข้อยกเว้นสินค้าบางประเภท มาตรการนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของประเทศคู่ค้าในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ และอาจสร้างต้นทุนเพิ่มเติมแก่สินค้าบางกลุ่มจากไทยที่ส่งเข้าสหรัฐ

ส.อ.ท. จึงเสนอให้ไทยเร่งพัฒนา ระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือ Traceability ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถยืนยันแหล่งกำเนิดสินค้าและมาตรฐานการผลิต ลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้ารูปแบบใหม่ 
อีกสัญญาณที่ภาคอุตสาหกรรมจับตาคือสถานการณ์การเงินของ SMEs โดย ส.อ.ท. ระบุว่าหนี้เสียของผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 9.5% สร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันภาคท่องเที่ยวชะลอลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลสำรวจยังพบว่า ปัจจัยที่ผู้ประกอบการกังวลมากที่สุดคือ เศรษฐกิจโลก 62.1% ขณะที่ความกังวลต่อนโยบายภาครัฐอยู่ที่ 34.6%  ส่วนความกังวลด้านอื่น ได้แก่ ราคาพลังงาน 53.2% เศรษฐกิจในประเทศ 51.7% อัตราแลกเปลี่ยน 25.1% การเข้าถึงสินเชื่อ 25.0% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 21.4%  สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 96.1 เพิ่มจาก 94.5 ในเดือนก่อน สะท้อนว่าผู้ประกอบการมองทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น แม้ระดับดัชนียังต่ำกว่า 100

หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนคือประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเดินทาง และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ

ด้านต้นทุนพลังงาน ส.อ.ท. ระบุถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ลดลง รวมถึงการเดินหน้านโยบาย Direct PPA หรือการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องเงื่อนไขการใช้โครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะหลักประกันในอัตรา 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ซึ่งอาจกลายเป็นต้นทุนเพิ่มเติมและส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนด้านพลังงานสะอาดของภาคเอกชน

ส.อ.ท. เสนอรัฐเร่ง 3 เรื่อง ได้แก่ เสนอผลักดันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ส่งเสริมไบโอดีเซล B7–B20 ในภาคขนส่ง รวมถึงเร่งพัฒนา เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน พร้อมเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบทางการเกษตรของไทย , เร่งสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คุมสินค้านำเข้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ พร้อมช่วย SMEs ปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานสากล ลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า และ เสนอใช้กลไก Supply Chain Financing เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน จูงใจบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการ “พี่ช่วยน้อง” พร้อมออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan เพื่อพยุงสภาพคล่องของ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน

ภาพรวมเดือนกรกฎาคมจึงสะท้อนว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยเริ่มมีแรงส่งกลับมา แต่ยังไม่พ้นพื้นที่เสี่ยง โดย EV การส่งออก และต้นทุนพลังงานที่ผ่อนคลายเป็นแรงหนุนสำคัญ ขณะที่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก มาตรการกีดกันทางการค้า และปัญหาสภาพคล่องของ SMEs ยังเป็นโจทย์ที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องเร่งรับมือในช่วงครึ่งหลังของปี

Article Image