วันที่ 19 ส.ค.69 - นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ออกประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อุทกภัย (น้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่อำเภอปัว โดยเว็บไซต์จังหวัดน่านระบุสถานะของนายบรรจงในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
ประกาศระบุว่า ฝนตกหนักถึงหนักมาก ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและมีฝนสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้ตั้งแต่เวลา 03.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอปัว

พื้นที่ตามประกาศครอบคลุม 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลเจดีย์ชัย 9 หมู่บ้าน, ตำบลแงง 7 หมู่บ้าน, ตำบลศิลาเพชร 10 หมู่บ้าน, ตำบลภูคา 14 หมู่บ้าน, ตำบลปัว 8 หมู่บ้าน, ตำบลศิลาแลง 8 หมู่บ้าน, ตำบลสถาน 13 หมู่บ้าน, ตำบลไชยวัฒนา 8 หมู่บ้าน, ตำบลวรนคร 8 หมู่บ้าน, ตำบลอวน 11 หมู่บ้าน, ตำบลสกาด 4 หมู่บ้าน และตำบลป่ากลาง 7 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 107 หมู่บ้าน

ภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบทั้งต่อ ชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน บ้านเรือน ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ตลอดจนถนน สะพานและสิ่งสาธารณประโยชน์ ขณะที่สถานการณ์ยังไม่ยุติและจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ด้วยสถานการณ์ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน จังหวัดจึงใช้อำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 เพื่อประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ โดยกรมบัญชีกลางมีระเบียบดังกล่าวเป็นกรอบสำหรับการเบิกจ่ายและดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน 

การประกาศครั้งนี้เปิดทางให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนดได้อย่างเร่งด่วน โดยระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือตามประกาศ ไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่เกิดภัย

ขณะเดียวกัน สถานการณ์น้ำในจังหวัดน่านยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยช่วงเช้าวันที่ 19 สิงหาคม มีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เมืองน่านให้เตรียมพร้อมรับน้ำป่าไหลหลากและเร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำต่อไป

Article Image