วันที่ 19 ส.ค.69 - กระทรวงมหาดไทยยกระดับรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดน่าน ระดมเรือ เจ็ตสกี และเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ พร้อมเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง หลังน้ำท่วมหลายอำเภอ และมีการประเมินว่ามวลน้ำจะไหลลงสู่ อำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่านในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ก่อนเคลื่อนสู่ อำเภอเวียงสาในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยกำชับทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมสูงสุดและมุ่งป้องกันการสูญเสียชีวิตประชาชน

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่าน โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายจังหวัดน่านและอำเภอปัว ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ที่ประชุมกำชับให้ เร่งเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ เด็ก และกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดระบบรับแจ้งเหตุและส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยให้เจ้าหน้าที่ติดตามข้อความขอความช่วยเหลือจากประชาชนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าถึงผู้ประสบภัยที่อาจยังติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางปกติไม่ได้ รวมทั้ง ให้ระดม เจ็ตสกีและเรือท้องแบน จากหน่วย ปภ. โดยเฉพาะกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เข้าไปเสริมการช่วยเหลือในจังหวัดน่านโดยเร่งด่วน พร้อมให้อากาศยานปีกหมุน KA-32 เตรียมพร้อมสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในพื้นที่  ขณะเดียวกัน สมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยได้จัดทีมกู้ภัยและนักกีฬาเจ็ตสกีพร้อมเรือเจ็ตสกี 8 ลำ เดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าสนับสนุนภารกิจ โดยมี “เปิ้ล” นาคร ศิลาชัย ร่วมอำนวยการปฏิบัติการของทีม

รายงานสถานการณ์ของจังหวัดน่านระบุว่า น้ำป่าไหลหลากและฝนตกหนักส่งผลกระทบหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อำเภอปัว ซึ่งมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประมาณ 8,000 ครัวเรือน หรือราว 16,000 คน นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์ในอำเภอสันติสุขและอำเภอแม่จริม  สถานการณ์ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่จัดจุดรองรับและเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงติดตามเส้นทางที่ได้รับความเสียหายและพื้นที่ที่การสัญจรถูกตัดขาด

จากการประเมินทิศทางมวลน้ำ พื้นที่ปลายน้ำต้องเพิ่มระดับการเฝ้าระวัง โดย วันที่ 20 สิงหาคม มวลน้ำจะเคลื่อนผ่านอำเภอท่าวังผาและเข้าสู่อำเภอเมืองน่าน ก่อนเคลื่อนต่อไปยัง อำเภอเวียงสาในวันที่ 21 สิงหาคม เจ้าหน้าที่จึงกำชับให้พื้นที่เมืองน่านและเวียงสาเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วง 20–21 สิงหาคมนี้

เทศบาลและหน่วยงานท้องถิ่นได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมถึงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง หากได้รับคำสั่งอพยพควรออกจากพื้นที่ทันที

กระทรวงมหาดไทยย้ำให้ทุกหน่วยใช้ทรัพยากรที่มีอย่างเต็มกำลัง โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดคือ ช่วยประชาชนให้ทันสถานการณ์ ลดความเสียหาย และป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้

Article Image
Article Image