ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำความสัมพันธ์ส่วนตัวอันดีกับ คิม จอง อุน ผู้นำเกาหลีเหนือ  ยืนยันเชื่อมั่นเกาหลีเหนือให้เกียรติ พร้อมเดินหน้าการทูตสายตรง แม้ยุคสมัยและขั้วอำนาจโลกจะเปลี่ยนไป

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญบนเวทีการเมืองโลก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า คิม จอง อุน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้มีท่าทีตอบรับความพยายามของเขาในการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสองประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกถึงเงื่อนไขหรือกำหนดการที่ชัดเจนก็ตาม

การส่งสัญญาณบวกครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ได้ออกคำสั่งสะเทือนกองทัพ ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ลง โดยเขาให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมาว่า การซ้อมรบดังกล่าวไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลโดยใช่เหตุ แต่ยังถือเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและแสดงความเป็นปฏิปักษ์อย่างสิ้นเชิงต่อเกาหลีเหนือ ทรัมป์ยืนยันหนักแน่นว่าเขามีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ "ยอดเยี่ยมมาก" กับผู้นำคิม และตลอดเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง เกาหลีเหนือไม่เคยแสดงท่าทีคุกคาม แต่กลับแสดงความเคารพต่อสหรัฐฯ มาโดยตลอด แม้ว่าในอดีตการพบปะสุดยอดถึง 3 ครั้งในช่วงปี 2561-2562 จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ได้ เนื่องจากติดหล่มมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ แต่ทรัมป์ยังคงเชื่อมั่นในการทูตแบบถึงลูกถึงคนและการเจรจาสายตรงกับผู้นำโดยตรงมากกว่าการผ่านกลไกปกติ

อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดโต๊ะเจรจาในครั้งนี้อาจไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะการที่เกาหลีเหนือได้หันไปกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีนอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงข้อกล่าวหาจากทางสหรัฐฯ ที่ว่าเกาหลีเหนืออาจให้การสนับสนุนทางทหารแก่รัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งถือเป็นโจทย์หินที่ทรัมป์ต้องเผชิญในเกมการทูตครั้งใหม่นี้

CR : Source AP