นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา ซึ่งพบการเผยแพร่ข้อความข่มขู่และพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) ในหลายโรงเรียน โดยเตือนว่าแม้บางกรณีจะเกิดจากความคึกคะนองหรือไม่มีเจตนาก่อเหตุจริง แต่ได้สร้างความตื่นตระหนก หวาดกลัว และส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อทั้งตัวนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครองอย่างรุนแรง รวมถึงเป็นการซ้ำเติมบาดแผลทางใจของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดิม

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า การเผยแพร่ภาพ ข้อมูล หรือเรื่องราวของผู้ก่อเหตุซ้ำๆ ถือเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ จึงขอเตือนกลุ่มผู้ที่โพสต์ข่มขู่หรือล้อเลียน อย่ามองเป็นเรื่องสนุก เนื่องจากนอกจากจะสร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างแล้ว การกระทำดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายด้วย ทั้งนี้ ไม่ควรด่วนสรุปหรือตีตราว่าผู้โพสต์ทุกคนมีปัญหาสุขภาพจิต แต่จำเป็นต้องประเมินพฤติกรรมและให้การดูแลอย่างถูกต้อง

เพื่อตัดวงจรพฤติกรรมเลียนแบบ กรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือประชาชน นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และสื่อมวลชน ยึดหลักปฏิบัติ “2 ไม่ 1 ร่วม” ได้แก่:

ไม่ส่งต่อ: ไม่แชร์หรือส่งต่อโพสต์ข่มขู่ เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเนื้อหา

ไม่เลียนแบบ: ไม่โพสต์ท้าทาย ล้อเลียน หรือสร้างเนื้อหาซ้ำเติมสถานการณ์

ร่วมแจ้งเบาะแส: หากพบเนื้อหาที่น่ากังวล ให้บันทึกหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ลิงก์ หรือบัญชีผู้โพสต์ เพื่อส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทันที

นอกจากนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนลดการให้พื้นที่แก่ผู้ก่อเหตุ และหันมาเน้นการสื่อสารข้อมูลความปลอดภัยและการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สำหรับสถานศึกษา ครูและผู้ปกครองควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมรับพฤติกรรมข่มขู่หรือล้อเลียนความรุนแรง มีมาตรการรับมือและตักเตือนผู้กระทำผิดอย่างจริงจังเป็นรายบุคคล โดยหลีกเลี่ยงการประจาน ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เหมารวมเด็กทั้งกลุ่ม ควบคู่กับการเปิดพื้นที่รับฟังความรู้สึก สังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากนักเรียนหรือประชาชนมีความเครียด วิตกกังวล หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย สามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

รูปภาพบทความ