วันที่ 14 สิงหาคม 2569 กรมการปกครอง ออกเอกสารชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อความของ นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ระบุถึงขบวนการ “พ่อทิพย์” ช่วยชาวต่างชาติสัญชาติจีนให้ได้สัญชาติไทย พบผู้มีอายุสูงสุดถึง 23 ปี และคาดการณ์ว่าตัวเลขทั่วประเทศอาจสูงถึง 10,000 ราย โดยกรมการปกครองยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างสูงสุด เนื่องจากกระทบต่อความถูกต้องของฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สถานะบุคคล และความมั่นคงของชาติ
กรมการปกครอง ชี้แจงประเด็นสำคัญใน 3 มิติหลัก ได้แก่:
ข้อเท็จจริงเรื่องตัวเลข: ข้อมูลที่พบประมาณ 1,000–1,500 ราย จากโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร เป็นเพียง "กลุ่มที่มีความเสี่ยงและต้องตรวจสอบเพิ่มเติม" ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าทั้งหมดได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งการวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเอกสาร พยานบุคคล เวชระเบียน ข้อมูลทะเบียนราษฎร และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบกันเป็นรายกรณี ส่วนตัวเลข 10,000 รายทั่วประเทศ ยังไม่ใช่ตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอยู่ระหว่างสั่งการให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบย้อนหลังและคัดแยกรายการต้องสงสัย
การดำเนินคดีและการเพิกถอนสิทธิ์: ที่ผ่านมาได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้วหลายราย ทั้งผู้แอบอ้างเป็นบิดา, บุคคลต่างด้าว, บุคลากรสถานพยาบาล และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยนำระบบ DOPA N.I.C.E. เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติของข้อมูล หากรายใดมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเกิดจากการทุจริต นายทะเบียนจะสั่งแก้ไขหรือเพิกถอนรายการทางทะเบียนและสถานะสัญชาติทันที พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด
แนวทางการตรวจสารพันธุกรรม (DNA): การตรวจ DNA ถือเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่สำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเรียกตรวจทุกกรณีตั้งแต่ต้น โดยจะต้องผ่านขั้นตอนคัดกรองเอกสารแจ้งเกิดและพยานแวดล้อมก่อน ซึ่งหากพบความจำเป็น กรมการปกครองได้ประสานหน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์และตำรวจเพื่อจัดสรรงบประมาณและวางกรอบการตรวจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กรมการปกครองขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริตทางทะเบียน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป






