จากสังเวียน ONE สู่เส้นทางโอลิมปิก! “นาบิล อานาน” เปิดใจชอบมวยสากลมาตั้งแต่เด็ก พร้อมเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองเพื่อลุ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยสู่ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ขณะที่ “บอสชาตรี” มั่นใจในศักยภาพ เชื่อสามารถต่อกรนักชกระดับแนวหน้าในพิกัด 65–70 กก. ได้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ EVOLVE MMA Bangkok ชั้น 9 Em Tower ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ONE Championship ร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย แถลงความร่วมมือสนับสนุน “นาบิล อานาน” นักชกวัย 22 ปี อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต เดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันมวยสากลในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา พร้อมร่วมกันผลักดันศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีนานาชาติ

ภายในงานมี ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และ CEO ของ ONE Championship, พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคกีฬามวยสากล ร่วมแถลงข่าว

รูปภาพบทความ

นาบิลเปิดใจว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาส และขอบคุณผู้ใหญ่ทุกฝ่าย รวมถึง สมรักษ์ คำสิงห์ ที่มองเห็นศักยภาพและเชื่อว่าเขาสามารถทำบางสิ่งเพื่อประเทศไทยได้ พร้อมยืนยันว่าจะทุ่มเทอย่างเต็มที่กับเส้นทางครั้งใหม่

ที่น่าสนใจคือ สำหรับนาบิล “มวยสากล” ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะเจ้าตัวเปิดเผยว่า ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก ช่วงหนึ่งเคยหยุดชกมวยไทยเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ขา และใช้เวลาถึง 1 ปีเต็มฝึกซ้อมมวยสากล ก่อนกลับมาสู่เส้นทางมวยไทย

“พอโตขึ้นมา เหมือนความฝันของเรากลับมาหาเราอีกครั้ง” นาบิลกล่าว พร้อมย้ำว่าการมีโอกาสเดินหน้าสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทย ยิ่งทำให้มีแรงผลักดันที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ด้าน ชาตรี ศิษย์ยอดธง เปิดเผยถึงเหตุผลที่สนับสนุนนาบิลเข้าสู่เส้นทางมวยสากลว่า หากมองแล้วไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จถึงระดับเหรียญทองโอลิมปิก ก็คงไม่ตัดสินใจส่งนาบิลไป เพราะนักชกยังมีสัญญาอยู่กับ ONE

ชาตรียังระบุว่า ตนและทีมงาน ONE ประเมินนักชกระดับโลกในพิกัดประมาณ 65 และ 70 กิโลกรัม ทั้งแชมป์โลก เจ้าของเหรียญทอง และนักชกในประเทศไทย เพื่อประเมินว่านาบิลมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสูงเพียงใด โดยมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของนักชกวัย 22 ปีรายนี้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ LA 2028 ยังไม่ได้หมายความว่านาบิลจะได้สิทธิ์ทีมชาติทันที

พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า นาบิลจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามระบบเช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่น โดยต้องแข่งขันและเก็บคะแนนแรงกิ้งเพื่อผ่านเกณฑ์การคัดเลือก พร้อมประสานการฝึกซ้อมกับ ONE และค่าย Venum อย่างใกล้ชิด เพื่อให้นาบิลสามารถฝึกมวยสากลควบคู่กับภารกิจในมวยไทยได้

นายพิชัยประเมินว่า หากนาบิลสามารถคว้าแชมป์รายการสำคัญได้สัก 1–2 รายการ ก็มีโอกาสผ่านคุณสมบัติตามระบบได้โดยไม่มีปัญหา

จึงน่าจับตาว่า จากนักมวยไทยที่สร้างชื่อบนสังเวียนระดับโลก “นาบิล อานาน” จะสามารถเปลี่ยนความฝันในวัยเด็ก ให้กลายเป็นเส้นทางสู่เวทีโอลิมปิก และพาธงชาติไทยไปไกลถึง LA 2028 ได้หรือไม่

เส้นทางนี้เพิ่งเริ่มต้น และด่านต่อไปคือการพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานบนสังเวียนมวยสากล