พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มบุคคลนำท่อปูนมาปิดทางเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก "ป้าดา" หรือ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาบุกรุกแล้ว การออกหมายเรียกครั้งนี้ อ้างอิงจากหลักฐานคลิปวิดีโอของพลเมืองดีและคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งยืนยันตรงกันว่าป้าดาอยู่ในเหตุการณ์ แม้เจ้าตัวไม่ได้ลงมือก่อสร้างโดยตรง แต่พฤติการณ์เข้าข่ายรบกวนสิทธิการครอบครองพื้นที่ของวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ตำรวจรู้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุอีกประมาณ 5–6 คน รวมถึงระบุตัวตนกลุ่มคนงานและรถปูนที่นำท่อมาวางได้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทยอยออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมด
ขณะเดียวกัน นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ชี้แจงกรณีกลุ่มทายาทผู้จัดการมรดกฝ่ายนางบัวไข ได้ยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่าโฉนดสูญหายพร้อมนำใบแจ้งความและพยาน 2 คนมายืนยัน แต่ต่อมากลับให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแสว่าโฉนดอยู่ที่เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าข่ายการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน หากผู้ยื่นคำรู้อยู่แล้วว่าโฉนดไม่ได้สูญหายจริง
นายพงษ์สุวัจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายในกรณีนี้มี 3 ส่วน คือ เจ้าพนักงานที่ดิน ตำรวจผู้รับแจ้งความ และวัดซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิ์ตามคำพิพากษา โดยกระบวนการปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคัดค้าน หากเจ้าอาวาสนำโฉนดตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าพนักงาน สำนักงานที่ดินจะสั่งยกเลิกคำขอออกใบแทนทันที เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์โฉนดสูญหายหรือชำรุด พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนต่อไป






