ผบ.ตร. สั่งลุย! สอบ สส.ดังตบหน้า รอง ผกก.นครศรีฯ ด้านรองผู้บัญชาการภาค 8 เร่งไปตรวจที่เกิดเหตุ พบมูลความจริงเหตุเกิดกลางดึกงานศพ ขณะที่เหยื่ออ้ำอึ้งหลังอดีตนายตำรวจใหญ่ต่อสายจี้ถามความจริง

จากกรณีข่าวสะเทือนวงการสีกากีและแวดวงการเมืองจ.นครศรีธรรมราช  เมื่อมีกระแสข่าวลือสะพัดว่านักการเมืองระดับอดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่ ก่อเหตุตบหน้า รองผู้กำกับการสืบสวน ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไม่นิ่งนอนใจ สั่งการด่วนให้ตรวจสอบและสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการทางวินัยและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจ

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกโยงว่าเป็นบุคคลในข่าว ได้ออกมาโต้ตอบอย่างทันควัน ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงและเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยระบุว่าตนเองและ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ มีความสนิทสนมกันเสมือนพี่น้อง และภรรยาของรองผู้กำกับฯ ก็เป็นเครือญาติของตน ในคืนที่เกิดเหตุเพียงแค่นั่งรับประทานอาหารและทักทายกันตามปกติในงานศพเท่านั้น เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ที่ออกมายืนยันว่าไม่ได้รับรายงานเหตุทำร้ายร่างกายจากลูกน้อง และเจ้าตัวก็บอกกับตนว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากชุดสืบสวนระดับภาคกลับพบสิ่งผิดปกติสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดย พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รักษาการ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช รายงานว่าผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบเหตุการณ์ที่บ้านหัวควน อำเภอทุ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ในงานบำเพ็ญกุศลศพ มีข้อมูลระบุว่า รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ นั่งดื่มสุรากับ สส.คนดัง ก่อนจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. จนนำไปสู่การกระทบกระทั่งตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า เมื่ออดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาที่ รอง ผกก. ให้ความเคารพ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ปรากฏว่า รอง ผกก. กลับมีท่าทีอ้ำอึ้งและแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่กล้าปฏิเสธอย่างเต็มปากเหมือนในช่วงแรก จึงทำให้กลายจุดเป็นผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 8 ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่เก็บหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อหาความจริงว่าเหตุการณ์ "ตบหน้า" ครั้งนี้เป็นการใช้อำนาจข่มเหงเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ โดยเตรียมรวบรวมหลักฐานเข้าสู่สำนวนการสอบสวนอย่างเป็นระบบต่อไป