สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครพนมเข้าสู่ขั้นวิกฤต หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงช่วงเช้าวันที่ 13 สิงหาคม วัดได้ 12.01 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับวิกฤต (12.00 เมตร) อยู่ 1 เซนติเมตร และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 3 เซนติเมตร แม้ปริมาณฝนในเขตเทศบาลเมืองนครพนมจะลดลงเหลือ 0.0 มิลลิเมตร แต่ระดับน้ำโขงที่ยกตัวสูงได้ส่งผลกระทบสกัดการระบายน้ำของลำน้ำสาขา ทั้งลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน จนเกิดปรากฏการณ์น้ำหนุนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนริมตลิ่งทันที
มวลน้ำที่ระบายลงแม่น้ำโขงไม่ได้ ส่งผลให้นาข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามและลำน้ำอูนถูกน้ำท่วมขังรวมแล้วกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาหว้า มีนาข้าวจมน้ำเสียหายรวมกันกว่า 10,000 ไร่ นอกจากนี้ ที่บ้านปากอูน เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม มวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 20 หลังคาเรือน หากระดับน้ำยังไม่ลดลงภายใน 1–2 สัปดาห์ อาจทำให้นาข้าวเสียหายสิ้นเชิง
จากการสำรวจความเสียหายรายอำเภอ พบพื้นที่ได้รับผลกระทบกระจายกว้าง ได้แก่:
-
อำเภอนาทม: น้ำท่วมพื้นที่เกษตร 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน รวมกินพื้นที่ราว 3,000 ไร่
-
อำเภอโพนสวรรค์: ประสบภัย 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน เกษตรกรเดือดร้อน 583 ราย นาข้าวเสียหายประมาณ 930 ไร่
-
อำเภอนาแก: ประตูระบายน้ำบ้านนาคู่ยังระบายได้ดี แต่ลำน้ำบังเริ่มเอ่อท่วมนาข้าวแล้ว 320 ไร่
-
อำเภอปลาปาก: น้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำรวม 7 ตำบล
-
อำเภอบ้านแพง: ประตูระบายน้ำบ้านนาเขไม่สามารถระบายน้ำออกได้ตามปกติ เนื่องจากน้ำโขงดันสูง เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมเรือท้องแบนแสตนด์บายช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงบ้านดอนแพง หมู่ 7
ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมได้อนุมัติจัดตั้ง "วอร์รูมศูนย์แจ้งเหตุและช่วยเหลือน้ำท่วมฉุกเฉิน" ณ ศาลากลางจังหวัดนครพนม ชั้น 3 เพื่อติดตามสถานการณ์ ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับทุกอำเภอ และระดมกำลังเข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง






