วันที่ 13 สิงหาคม ที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พบว่าปริมาณน้ำคงเหลืออยู่ที่ประมาณ 52.67 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 32.91 ของความจุอ่าง 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเกิดจากฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะเขตป่าห้วยขาแข้ง ทำให้ไม่มีน้ำไหลลงมาเติมอ่างในปริมาณเพียงพอ ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการระบายน้ำงวดสุดท้ายกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก โดยเฉพาะนาข้าวในพื้นที่ท้ายน้ำรวมกว่า 100,000 ไร่
ผลจากระดับน้ำที่ลดต่ำทำให้พื้นที่เหนืออ่างเปลี่ยนสภาพอย่างเห็นได้ชัด หลายจุดกลายเป็นเนินดินและสันดอนขนาดใหญ่ ขณะที่โขดหินและตอไม้ซึ่งเคยจมอยู่ใต้น้ำเริ่มโผล่ขึ้นมา ทำให้การเดินเรือต้องเพิ่มความระมัดระวัง ชาวบ้านและผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบริเวณท่าเรือวังทอง ระบุว่า ระดับน้ำที่ลดลงทำให้เส้นทางเดินเรือสั้นลง และต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะมีความเสี่ยงที่เรือจะเกยตื้นหรือชนกับโขดหินและตอไม้ใต้น้ำ นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงของสัตว์ป่า โดยเฉพาะ ช้างป่า ที่เริ่มออกมาให้เห็นบริเวณริมอ่างน้อยลง ชาวบ้านเชื่อว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพื้นที่ริมอ่างมีโคลนและหล่ม รวมถึงพื้นที่โล่งกว้างมากขึ้น



อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำลดลง พื้นที่บางส่วนกลับกลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อมองจากมุมสูงมีรูปร่างคล้าย “แผนที่ประเทศไทย” กลายเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ พร้อมมีการจัดกิจกรรมในชุมชน เช่น การให้อาหารแพะ เพื่อสร้างทางเลือกด้านการท่องเที่ยวและรายได้ในช่วงน้ำลด
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลระบำ แนะนำผู้ที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวหรือตกปลาที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ควรตรวจสอบสภาพอากาศและสภาพพื้นที่ก่อนเดินทาง รวมทั้งจองที่พักหรือเรือล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์–อาทิตย์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก
สถานการณ์น้ำลดของอ่างเก็บน้ำทับเสลาจึงสะท้อนสองด้านในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งคือผลกระทบจากภัยแล้งที่เริ่มเห็นชัดทั้งต่อการเกษตร ระบบนิเวศ และธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่อีกด้าน ชุมชนกำลังปรับตัวใช้พื้นที่และกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ในชุมชน
ข้อมูลข่าว : สามสอ จันทรังษ์ จังหวัดอุทัยธานี





